ข้ามไปที่เนื้อหา

ตารางสรุปและสูตรคำนวณวงเงินการกู้ยืม

ภาพรวม

หน้านี้รวบรวมสูตรคำนวณ ตารางสรุป และตัวอย่างการคำนวณวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์ตามระเบียบ 2561 — เป็น quick reference สำหรับใช้งานจริงในระหว่างการสอบบัญชี

เนื้อหาเต็มของระเบียบดูได้ที่ 01-regulation-2561.md


🎯 สูตรคำนวณวงเงินการกู้ยืม

สูตรหลัก (ข้อ 7.2.2)

┌─────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│                                                                 │
│   วงเงินการกู้ยืมสูงสุด =                                       │
│                                                                 │
│     (ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว + ทุนสำรอง) × ค่าสัมประสิทธิ์          │
│                                                                 │
│   * ใช้ยอดจาก "งบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่"   │
│                                                                 │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────┘

กรณีสหกรณ์มีผลขาดทุนสะสม

┌─────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│                                                                 │
│   ฐานคำนวณ = (ทุนเรือนหุ้น − ผลขาดทุนสะสม) + ทุนสำรอง            │
│                                                                 │
│   * ใช้ทุนเรือนหุ้น "หลังหักผลขาดทุนสะสม" แล้ว                    │
│                                                                 │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────┘

เงื่อนไขเพิ่ม

หากผลขาดทุนสะสม > กึ่งหนึ่งของทุนเรือนหุ้น → ต้องเสนอแผนฟื้นฟูให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบด้วย และวงเงินต้อง:

  • ไม่เกินกว่าหลักเกณฑ์ในข้อ 7.2.2 หรือ
  • เท่ากับที่สหกรณ์ก่อหนี้ภาระผูกพันไว้แล้ว (เลือกอันต่ำกว่า)

📊 ตารางค่าสัมประสิทธิ์ (ข้อ 7.2.2)

ลำดับ ประเภทสหกรณ์ ค่าสัมประสิทธิ์ เหตุผล
(1) สหกรณ์ออมทรัพย์ 1.5 เท่า ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูง (เงินรับฝากจากสมาชิกเป็นแหล่งทุนหลัก)
(2) สหกรณ์ร้านค้า 10 เท่า ธุรกิจซื้อมาขายไป — ต้องการเงินทุนหมุนเวียนสูง
(3) สหกรณ์การเกษตร, ประมง, นิคม, บริการ, เครดิตยูเนี่ยน 5 เท่า กิจกรรมหลากหลาย ความเสี่ยงปานกลาง

ลูกค้าสำนักงาน — จุดที่ต้องระวัง

  • สหกรณ์ออมทรัพย์ → 1.5 เท่า ✅ (เพดานเข้มที่สุด)
  • สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน → 5 เท่า ✅ (ผ่อนกว่า สอ. 3.3 เท่า)

⚠️ ทั้งสองประเภทแม้ดำเนินธุรกิจคล้ายกัน (รับฝากเงิน + ให้กู้แก่สมาชิก) แต่ค่าสัมประสิทธิ์ต่างกันชัดเจน — ต้องตรวจให้ตรงประเภทตามที่จดทะเบียน


🔢 ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่างที่ 1 — สหกรณ์ออมทรัพย์ (กรณีปกติ)

ข้อมูลสหกรณ์ออมทรัพย์ ABC จำกัด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568:

รายการ จำนวน (บาท)
ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว 500,000,000
ทุนสำรอง 80,000,000
รวมฐานคำนวณ 580,000,000

คำนวณวงเงินการกู้ยืม:

580,000,000 × 1.5 = 870,000,000 บาท

สรุป: สหกรณ์ ABC สามารถขอความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 870 ล้านบาท

ตัวอย่างที่ 2 — สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน (กรณีปกติ)

ข้อมูลสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน XYZ จำกัด ณ วันที่ 30 พ.ย. 2568:

รายการ จำนวน (บาท)
ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว 100,000,000
ทุนสำรอง 15,000,000
รวมฐานคำนวณ 115,000,000

คำนวณวงเงินการกู้ยืม:

115,000,000 × 5 = 575,000,000 บาท

สรุป: สหกรณ์ XYZ สามารถขอความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 575 ล้านบาท

ตัวอย่างที่ 3 — สหกรณ์ออมทรัพย์มีขาดทุนสะสม (เกินกึ่งหนึ่ง)

ข้อมูลสหกรณ์ออมทรัพย์ DEF จำกัด:

รายการ จำนวน (บาท)
ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว 200,000,000
ขาดทุนสะสม (120,000,000)
ทุนสำรอง 5,000,000
หนี้ที่ก่อภาระผูกพันไว้แล้ว 150,000,000

ตรวจสอบเงื่อนไข:

  • ขาดทุนสะสม 120 ล้าน vs ทุนเรือนหุ้น 200 ล้าน → ขาดทุน 60% ของทุนเรือนหุ้น (เกินกึ่งหนึ่ง ✅)
  • → ต้องเสนอแผนฟื้นฟูต่อที่ประชุมใหญ่

คำนวณ:

ฐานคำนวณ = (200,000,000 − 120,000,000) + 5,000,000
        = 85,000,000 บาท

หลักเกณฑ์ทั่วไป (1.5 เท่า) = 85,000,000 × 1.5
                          = 127,500,000 บาท

หนี้ที่ก่อภาระผูกพันไว้แล้ว = 150,000,000 บาท

สรุป: เปรียบเทียบ 127.5 ล้าน vs 150 ล้าน → ใช้ตัวที่ต่ำกว่า = 127.5 ล้านบาท

ผลกระทบ

สหกรณ์ DEF ก่อหนี้ไว้แล้ว 150 ล้าน แต่ขอเห็นชอบได้ไม่เกิน 127.5 ล้าน → ต้องเข้าบทเฉพาะกาลข้อ 11.2:

  • ขอความเห็นชอบเกินกว่าหลักเกณฑ์เฉพาะส่วนที่ก่อหนี้ไว้แล้ว
  • จัดทำแผนปรับลดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายในไม่เกิน 5 ปีบัญชี

ตัวอย่างที่ 4 — สหกรณ์มีส่วนขาดแห่งทุน (ข้อ 7.4)

ข้อมูลสหกรณ์ GHI จำกัด:

รายการ จำนวน (บาท)
ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว 50,000,000
ขาดทุนสะสม (70,000,000)
ทุนสำรอง 0
หนี้ที่ก่อภาระผูกพันไว้แล้ว 30,000,000

ตรวจสอบเงื่อนไข:

  • ขาดทุนสะสม 70 ล้าน > ทุนเรือนหุ้น 50 ล้าน → มีส่วนขาดแห่งทุน (ข้อ 7.4 ใช้บังคับ)

ผลการพิจารณา:

  • ต้องเสนอแผนฟื้นฟูต่อที่ประชุมใหญ่
  • วงเงินกู้ยืมโดยปกติ → ไม่เกิน 30,000,000 บาท (ไม่เกินวงเงินที่ก่อหนี้ภาระผูกพันไว้แล้ว)
  • ข้อยกเว้น: หากได้รับความช่วยเหลือกู้ยืมเงินโดยเฉพาะเจาะจงจากสถาบันการเงิน/กองทุน → ระบุในแผนฟื้นฟูได้ และกู้ได้เฉพาะจากผู้ที่ระบุในแผนเท่านั้น

📋 ตารางสรุป 4 กลุ่มการพิจารณา (ข้อ 6)

กลุ่ม เงื่อนไข เกณฑ์การพิจารณา
6.1 สหกรณ์จดทะเบียนใหม่ ≤ 3 ปี ตามแผนการจัดหาเงินทุนในแผนดำเนินการที่ยื่นจดทะเบียน
6.2 หลักเกณฑ์ทั่วไป (สหกรณ์ดำเนินงาน > 3 ปี) ตามค่าสัมประสิทธิ์ในข้อ 7.2.2
6.3 ขอเกินกว่าหลักเกณฑ์ทั่วไป ได้เฉพาะกรณีเข้าร่วมโครงการรัฐบาล (ชั่วคราว)
6.4 มีส่วนขาดแห่งทุน (ขาดทุนสะสม > ทุนเรือนหุ้น) ตามแผนฟื้นฟู + ไม่เกินวงเงินที่ก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว

📅 ตารางสรุปเวลาและกำหนดการ

เหตุการณ์ ระยะเวลา อ้างอิง
ยื่นขอความเห็นชอบหลังประชุมใหญ่มีมติ ภายใน 30 วัน ข้อ 8
ถือใช้วงเงินปีก่อนระหว่างรอประชุมใหญ่ใหม่ ไม่เกิน 150 วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี ข้อ 10
ปรับลดวงเงินส่วนเกินตามบทเฉพาะกาล ไม่เกิน 5 ปีบัญชี ข้อ 11.2

🗂️ Checklist เอกสารประกอบการยื่นคำขอ (ข้อ 9)

เอกสารทั่วไป (ทุกกรณี)

  • [ ] หนังสือขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืม (ข้อ 9.1)
  • [ ] สำเนารายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติเห็นชอบ (ข้อ 9.2)
  • [ ] งบการเงินประจำปีที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี หรือรายงานประจำปี (ข้อ 9.3)
  • [ ] งบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่ (ข้อ 9.3)
  • [ ] ลายเซ็นประธานกรรมการรับรองทุกแผ่น (ข้อ 9.5)

เอกสารเฉพาะกรณี

กรณีจดทะเบียนใหม่:

  • [ ] แผนการจัดหาเงินทุนตามแผนดำเนินการ (ข้อ 9.4(1))
  • [ ] สำเนารายงานการประชุมใหญ่ทบทวนแผน (ถ้ามี)

กรณีเข้าร่วมโครงการรัฐบาล (ข้อ 7.3):

  • [ ] สำเนารายงานประชุมใหญ่/คณะกรรมการดำเนินการมีมติอนุมัติเกินวงเงิน (ข้อ 9.4(2))
  • [ ] โครงการที่จะเข้าร่วม
  • [ ] แผนการดำเนินงาน
  • [ ] แผนการจัดหาและใช้เงินทุน (ระบุระยะเวลาในการเข้าร่วม)

🔁 Flowchart ขั้นตอนการขออนุมัติ

┌──────────────────────────────────────────────────────────┐
│  1. คณะกรรมการดำเนินการเสนอวาระการกำหนดวงเงิน           │
│     ต่อที่ประชุมใหญ่ (ข้อ 8)                              │
└──────────────────────────────────────────────────────────┘
                          ↓
┌──────────────────────────────────────────────────────────┐
│  2. ที่ประชุมใหญ่มีมติเห็นชอบ                              │
└──────────────────────────────────────────────────────────┘
                          ↓
┌──────────────────────────────────────────────────────────┐
│  3. ยื่นขอความเห็นชอบต่อนายทะเบียนสหกรณ์                 │
│     ภายใน 30 วัน นับแต่วันประชุมใหญ่ (ข้อ 8)              │
└──────────────────────────────────────────────────────────┘
                          ↓
┌──────────────────────────────────────────────────────────┐
│  4. นายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาให้ความเห็นชอบ                │
└──────────────────────────────────────────────────────────┘
                          ↓
┌──────────────────────────────────────────────────────────┐
│  5. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และแผนการดำเนินงาน │
│     (ข้อ 10) — ห้ามก่อหนี้เกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติ      │
└──────────────────────────────────────────────────────────┘
                          ↓
┌──────────────────────────────────────────────────────────┐
│  6. รายงานขอความเห็นชอบทุกปี (ข้อ 10)                    │
│     ถ้ายังไม่ประชุมใหญ่ — ใช้วงเงินเดิมได้ไม่เกิน 150 วัน │
└──────────────────────────────────────────────────────────┘

⚠️ ประเด็นที่ผู้สอบบัญชีต้องระวังเป็นพิเศษ

Top 5 ที่มักเจอผิดพลาด

  1. คำนวณบนยอด ณ วันสิ้นปีแทน "งบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่" — ผิด ใช้ฐานตามข้อ 7.2.1 เท่านั้น
  2. ลืมหักผลขาดทุนสะสมจากทุนเรือนหุ้น — ทำให้วงเงินกู้สูงกว่าจริง
  3. ก่อหนี้เกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติ — มาตรา 47 ห้าม — ตรวจยอดเงินกู้ + ค้ำประกันจริง vs วงเงินที่นายทะเบียนเห็นชอบ
  4. ใช้วงเงินปีก่อนเกิน 150 วันโดยยังไม่มีประชุมใหญ่ — เป็นข้อบกพร่อง
  5. สหกรณ์ครเดิตยูเนี่ยน แต่ใช้สัมประสิทธิ์สหกรณ์ออมทรัพย์ (1.5) — ต้องใช้ 5 เท่า

ดูรายละเอียดเชิงสอบบัญชีเพิ่มเติมที่ 03-audit-implications.md


เชื่อมโยงกับเอกสารอื่น


🏠 กลับหน้าหลัก