ข้ามไปที่เนื้อหา

ส่วนที่ 2: วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับลูกหนี้

📥 ดาวน์โหลด PDF ต้นฉบับ | ↑ กลับสารบัญ


สารบัญส่วนที่ 2

  1. วิธีการบัญชีเกี่ยวกับลูกหนี้ประเภทต่างๆ
    • 1.1 ลูกหนี้เงินกู้
    • 1.2 ลูกหนี้ตัวแทนหักเงินส่ง
    • 1.3 ลูกหนี้การค้า
    • 1.4 ลูกหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี
    • 1.5 ลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระหรือเช่าซื้อ
    • 1.6 ลูกหนี้ค่าบริการ
    • 1.7 ลูกหนี้คลาดเคลื่อน
    • 1.8 ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี
    • 1.9 ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
  2. การประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
  3. การตัดจำหน่ายหนี้สูญ
  4. การรับชำระคืนจากลูกหนี้ที่ตัดจำหน่ายเป็นหนี้สูญแล้ว
  5. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเกินความต้องการ

1. วิธีการบัญชีเกี่ยวกับลูกหนี้ประเภทต่างๆ

1.1 ลูกหนี้เงินกู้

ลูกหนี้ที่สหกรณ์ให้สมาชิกกู้ยืมเงินทุกประเภท โดยมีสัญญาการกู้ยืมเป็นหลักฐาน รวมทั้งเงินที่ให้สหกรณ์อื่นกู้ยืม

1.1.1 เมื่อสหกรณ์จ่ายเงินให้กู้

เดบิต  ลูกหนี้เงินกู้... (ระบุประเภท)        xxx
    เครดิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร (ตามแต่กรณี)        xxx

1.1.2 เมื่อสหกรณ์รับชำระหนี้จากลูกหนี้

จะต้องนำจำนวนเงินที่ได้รับชำระมาหักยอดต่างๆ ตามลำดับ คือ:

  1. ค่าปรับค้างรับ
  2. ดอกเบี้ยค้างรับ
  3. ค่าปรับประจำปี
  4. ดอกเบี้ยรับประจำปี
  5. ต้นเงิน
เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร (ตามแต่กรณี)    xxx
    เครดิต  ค่าปรับค้างรับ                         xxx
            ดอกเบี้ยเงินให้กู้ค้างรับ              xxx
            รายได้ค่าปรับลูกหนี้เงินกู้            xxx
            ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้               xxx
            ลูกหนี้เงินกู้... (ระบุประเภท)         xxx

1.2 ลูกหนี้ตัวแทนหักเงินส่ง

ลูกหนี้ที่เกิดขึ้นในสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์ โดยสหกรณ์มอบให้บุคคลหรือหน่วยงานเป็นตัวแทนในหน่วยต่างๆ หักเงินที่สมาชิกต้องส่งต่อสหกรณ์เป็นรายเดือนหรือรายงวด ได้แก่:

  • เงินสะสมค่าหุ้นรายเดือน
  • เงินงวดชำระหนี้
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้าที่เรียกเก็บจากสมาชิกเข้าใหม่
  • และอื่นๆ

โดยหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งต่อสหกรณ์

1.2.1 เมื่อสหกรณ์ส่งเอกสารหลักฐานให้ตัวแทน

เดบิต  ลูกหนี้ตัวแทนหักเงินส่ง                 xxx
    เครดิต  ลูกหนี้เงินกู้... (ระบุประเภท)             xxx
            ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้                  xxx
            ค่าธรรมเนียมแรกเข้า                       xxx
            ทุนเรือนหุ้น                              xxx
            ฯลฯ

1.2.2 เมื่อได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ตัวแทนในแต่ละหน่วยที่ส่งหัก

กรณีได้รับชำระครบตามจำนวนที่ส่งให้ตัวแทนหักเงิน:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร                   xxx
    เครดิต  ลูกหนี้ตัวแทนหักเงินส่ง                  xxx

กรณีได้รับชำระไม่ครบตามจำนวนที่ส่งให้ตัวแทนหักเงิน:

ให้ยกเลิกใบเสร็จรับเงินที่คืนมานั้นทั้งหมด แล้วออกใบเสร็จรับเงินฉบับใหม่สำหรับลูกหนี้รายที่หักชำระได้บางส่วนตามจำนวนเงินที่ได้รับชำระจริง บันทึกบัญชี:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร                   xxx
       ลูกหนี้เงินกู้... (ระบุประเภท)         xxx  ← ส่วนที่หักไม่ได้
       ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้               xxx  ← ส่วนที่หักไม่ได้
       ค่าธรรมเนียมแรกเข้า                    xxx  ← ส่วนที่หักไม่ได้
       ทุนเรือนหุ้น                           xxx  ← ส่วนที่หักไม่ได้
    เครดิต  ลูกหนี้ตัวแทนหักเงินส่ง                  xxx

1.3 ลูกหนี้การค้า

ลูกหนี้ที่เกิดจากการที่สหกรณ์ขายสินค้าออกไปแล้วยังไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า หรือเกิดจากการดำเนินการค้าตามปกติของสหกรณ์

1.3.1 เมื่อมีการขายสินค้าเงินเชื่อ

เดบิต  ลูกหนี้การค้า                          xxx
    เครดิต  ขายสินค้า                                xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                          xxx

1.3.2 เมื่อสหกรณ์รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า

หากมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการคิดค่าปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้ ให้บันทึกค่าปรับดังกล่าวไว้เป็นรายได้ค่าปรับลูกหนี้การค้า:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร                   xxx
    เครดิต  ลูกหนี้การค้า                            xxx
            รายได้ค่าปรับลูกหนี้การค้า (ถ้ามี)       xxx

กรณีพิเศษ: สินค้ารับฝากขาย

กรณีสหกรณ์อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม + ทำสัญญาตัวแทนเพื่อขายตามที่กรมสรรพากรกำหนด

สามารถเลือกบันทึกบัญชีได้ 2 วิธี:

วิธี เงื่อนไข
วิธีที่ 1 บันทึกซื้อสินค้ารับฝากขายหลังมีการขายเกิดขึ้น
วิธีที่ 2 บันทึกซื้อสินค้ารับฝากขายทันทีที่มีการรับฝากขาย

กรณีไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม → เลือกได้ทั้ง 2 วิธี

กรณีอยู่ในระบบ VAT แต่ไม่ทำสัญญาตัวแทนตามที่กรมสรรพากรกำหนด → ต้องใช้วิธีที่ 2 เท่านั้น

วิธีที่ 1: บันทึกซื้อสินค้ารับฝากขายหลังมีการขายเกิดขึ้น

เมื่อรับสินค้าฝากขาย → บันทึกในทะเบียนสินค้ารับฝากขายเท่านั้น (ไม่บันทึกบัญชี)

เมื่อขายสินค้าฝากขายเป็นเงินเชื่อ:

เดบิต  ลูกหนี้การค้า                  xxx
    เครดิต  ขายสินค้ารับฝากขาย              xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                 xxx

เมื่อได้รับใบแจ้งหนี้/ใบกำกับสินค้าจากผู้ฝากขาย:

เดบิต  ซื้อสินค้ารับฝากขาย            xxx
       ภาษีซื้อ (ถ้ามี)               xxx
    เครดิต  เงินสด/เจ้าหนี้สินค้ารับฝากขาย   xxx

ข้อพึงระมัดระวัง ณ วันสิ้นปี:

  1. หากขายสินค้าแล้ว แต่ยังไม่ได้รับใบแจ้งหนี้/ใบกำกับสินค้า → ต้องติดต่อผู้ฝากขายเพื่อให้ออกเอกสาร หากยังไม่ได้รับ ให้ปรับปรุงบัญชีตามราคาที่ตกลงกัน

    เดบิต  ซื้อสินค้ารับฝากขาย                  xxx
           ภาษีซื้อรอใบกำกับ                    xxx
        เครดิต  เจ้าหนี้สินค้ารับฝากขาย                xxx
    

  2. การตรวจนับสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี → ไม่ต้องนับรวมสินค้ารับฝากขายที่คงเหลืออยู่

วิธีที่ 2: บันทึกซื้อสินค้ารับฝากขายทันทีที่มีการรับฝากขาย

เมื่อรับมอบสินค้าฝากขาย:

เดบิต  ซื้อสินค้ารับฝากขาย            xxx
       ภาษีซื้อ (ถ้ามี)               xxx
    เครดิต  เจ้าหนี้สินค้ารับฝากขาย          xxx

เมื่อขายสินค้าฝากขายเป็นเงินเชื่อ:

เดบิต  ลูกหนี้การค้า                  xxx
    เครดิต  ขายสินค้ารับฝากขาย              xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                 xxx

ข้อพึงระมัดระวัง ณ วันสิ้นปี: การตรวจนับสินค้าคงเหลือ → ต้องนับรวมสินค้ารับฝากขายไว้เป็นสินค้าคงเหลือของสหกรณ์ด้วย


1.4 ลูกหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี

ลูกหนี้ที่เกิดจากการขายสินค้าที่สหกรณ์เป็นคนกลางในการขาย ตามวิธีการขายผ่านบัญชี และยังค้างชำระค่าสินค้าแก่สหกรณ์

วิธีบันทึกบัญชี — มี 3 กรณี

กรณี ลักษณะ
กรณีที่ 1 บันทึกยอดขายและยอดซื้อด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน + รับผลตอบแทนจากการขาย
กรณีที่ 2 บันทึกยอดขายตามราคาขาย + บันทึกยอดซื้อตามราคาทุน
กรณีที่ 3 บันทึกเฉพาะรายได้ค่าบริการตามผลตอบแทนที่ตกลงกัน
กรณีที่ 1: บันทึกยอดขายและยอดซื้อด้วยจำนวนเงินเท่ากัน

เมื่อขายสินค้าผ่านบัญชีเป็นเงินเชื่อ:

เดบิต  ลูกหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี       xxx
    เครดิต  ขายสินค้าผ่านบัญชี                xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                   xxx

บันทึกซื้อสินค้าผ่านบัญชีด้วยจำนวนเงินเท่ากับที่ขาย:

เดบิต  ซื้อสินค้าขายผ่านบัญชี          xxx
       ภาษีซื้อ (ถ้ามี)                xxx
    เครดิต  เจ้าหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี        xxx

เมื่อได้รับผลตอบแทนจากการขาย:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร            xxx
    เครดิต  รายได้ขายสินค้าผ่านบัญชี          xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                   xxx

กรณีที่ 2: บันทึกยอดขายตามราคาขาย + ยอดซื้อตามราคาทุน

เมื่อขายสินค้าผ่านบัญชีเป็นเงินเชื่อ — บันทึกด้วยราคาขาย:

เดบิต  ลูกหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี       xxx
    เครดิต  ขายสินค้าผ่านบัญชี                xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                   xxx

บันทึกซื้อสินค้าผ่านบัญชีด้วยราคาทุน:

เดบิต  ซื้อสินค้าขายผ่านบัญชี          xxx
       ภาษีซื้อ (ถ้ามี)                xxx
    เครดิต  เจ้าหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี        xxx

กรณีที่ 3: บันทึกเฉพาะรายได้ค่าบริการตามผลตอบแทนที่ตกลงกัน

สหกรณ์จะไม่รับรู้การขายและซื้อสินค้าดังกล่าว แต่จะบันทึกบัญชีเฉพาะการรับผลตอบแทน

ข้อแนะนำ

ควรจัดทำทะเบียนคุมการขายสินค้าผ่านบัญชี เพื่อให้สามารถตรวจสอบความครบถ้วนของรายได้ค่าบริการได้

เมื่อได้รับค่าบริการ:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร            xxx
    เครดิต  รายได้ขายสินค้าผ่านบัญชี          xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                   xxx

เมื่อได้รับชำระหนี้ (กรณีที่ 1 และ 2)

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร                   xxx
    เครดิต  ลูกหนี้ขายสินค้าผ่านบัญชี                xxx

1.5 ลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระหรือเช่าซื้อ

ลูกหนี้ที่เกิดจากการขายสินค้าที่สหกรณ์ได้ขายไปตามวิธีการขายผ่อนชำระหรือเช่าซื้อ และยังค้างชำระค่าสินค้าแก่สหกรณ์

หลักการสำคัญ

  • ดอกผลจากการขาย → บันทึกเป็น "ดอกผลจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อรอตัดบัญชี" ตั้งแต่วันที่ตกลง และโอนปรับปรุงเป็นรายได้ในแต่ละปีตามส่วนของลูกหนี้ที่ผ่อนชำระได้ของปีนั้นๆ
  • กำไรขั้นต้น → จากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ

ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีอยู่ในระบบ VAT)

(1) ภาษีขาย — ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระเงินตามงวด ในแต่ละงวดโดยไม่คำนึงว่าลูกหนี้จะชำระหนี้หรือไม่

ยกเว้น: หากได้รับชำระราคาหรือออกใบกำกับภาษีก่อนถึงกำหนดชำระแต่ละงวด ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้กระทำนั้นๆ ด้วย

(2) ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ — ภาษีขายที่เกิดจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อที่ยังไม่ได้รับชำระเงินและยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี

วิธีการรับรู้กำไรขั้นต้น — มี 2 วิธี

วิธี ลักษณะ
วิธีที่ 1 รับรู้กำไรขั้นต้นรอตัดบัญชีทันทีที่รับชำระเงิน
วิธีที่ 2 รับรู้กำไรขั้นต้นรอตัดบัญชีในวันสิ้นปีทางบัญชี
วิธีที่ 1: รับรู้ทันทีที่รับชำระเงิน

(1) เมื่อจัดทำสัญญาขายสินค้าผ่อนชำระ/เช่าซื้อ + รับเงินดาวน์:

เดบิต  เงินสด (เงินดาวน์ + ภาษีขาย)              xxx
       ลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ        xxx
    เครดิต  ขายสินค้าผ่อนชำระ/เช่าซื้อ (ราคาขายเงินสด)  xxx
            ดอกผลจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อรอตัดบัญชี xxx
            ภาษีขาย (ถ้ามี)                         xxx
            ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ (ถ้ามี)    xxx

เดบิต  กำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ
       ปีปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับเงิน             xxx
    เครดิต  กำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ
            รอตัดบัญชี                              xxx

(2) เมื่อได้รับชำระเงินตามงวดในแต่ละงวด:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร                      xxx
    เครดิต  ลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ          xxx

เดบิต  ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ              xxx
    เครดิต  ภาษีขาย                                    xxx

เดบิต  ดอกผลจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อรอตัดบัญชี xxx
    เครดิต  ดอกผลจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ           xxx

เดบิต  กำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ
       รอตัดบัญชี                                xxx
    เครดิต  กำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ
            ปีปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับเงิน
            (กรณีลูกหนี้ปีปัจจุบัน)                  xxx
    หรือ    กำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ
            ปีก่อนที่ได้รับเงินในปีปัจจุบัน
            (กรณีลูกหนี้ยกมาจากปีก่อน)               xxx

(3) หากลูกหนี้ผิดสัญญาการชำระเงินงวด:

สหกรณ์ต้องรับภาระภาษีขายสำหรับลูกหนี้ที่ผิดสัญญา:

เดบิต  ภาษีขายรอเรียกคืน                xxx
    เครดิต  ภาษีขาย                              xxx

เมื่อลูกหนี้ผิดสัญญานำเงินงวดมาชำระ:

เดบิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร              xxx
    เครดิต  ลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ    xxx

เดบิต  ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ      xxx
    เครดิต  ภาษีขายรอเรียกคืน                    xxx

(และบันทึกการตัดดอกผลและกำไรขั้นต้นเช่นเดียวกับการชำระตามปกติ)

วิธีที่ 2: รับรู้ในวันสิ้นปีทางบัญชี

(1) เมื่อจัดทำสัญญา + รับเงินดาวน์ → บันทึกเช่นเดียวกับวิธีที่ 1 (1) ยกเว้นไม่บันทึกบัญชีกำไรขั้นต้นปีปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับเงิน + กำไรขั้นต้นรอตัดบัญชี (ปรับปรุงในวันสิ้นปี)

(2) เมื่อได้รับชำระเงินตามงวด → บันทึกเช่นเดียวกับวิธีที่ 1 (2) ยกเว้นบัญชีกำไรขั้นต้น

(3) หากลูกหนี้ผิดสัญญา → บันทึกเช่นเดียวกับวิธีที่ 1 (3)

(4) ในวันสิ้นปีทางบัญชี — ปรับปรุงกำไรขั้นต้น 2 ส่วน:

(ก) กำไรขั้นต้นปีปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับเงิน:

เดบิต  กำไรขั้นต้นปีปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับเงิน    xxx
    เครดิต  กำไรขั้นต้นรอตัดบัญชี                       xxx

(ข) กำไรขั้นต้นปีก่อนที่ได้รับเงินในปีปัจจุบัน:

เดบิต  กำไรขั้นต้นรอตัดบัญชี                      xxx
    เครดิต  กำไรขั้นต้นปีก่อนที่ได้รับเงินในปีปัจจุบัน  xxx

เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระและสหกรณ์ยึดสินค้าคืน

ให้โอนปิดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้รายนั้นทั้งหมด:

  • กำไรขั้นต้นรอตัดบัญชี
  • กำไรขั้นต้นปีปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับเงิน
  • ดอกผลรอตัดบัญชี
  • ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

→ ไปลดยอดลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระ/เช่าซื้อ พร้อมโอนปิดบัญชีภาษีขายรอเรียกคืน เพื่อหามูลค่าลูกหนี้คงเหลือ ณ วันยึดสินค้าคืน

→ บันทึกมูลค่าสินค้ายึดคืนเท่ากับมูลค่าลูกหนี้คงเหลือ ณ วันยึดสินค้าคืนนั้น

หมายเหตุ

การบันทึกสินค้ายึดคืน → ปฏิบัติตามคำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่อง วิธีปฏิบัติทางบัญชีเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ พ.ศ. 2547 (เอกสารแยก)


1.6 ลูกหนี้ค่าบริการ

ลูกหนี้ที่เกิดจากการที่สหกรณ์ให้บริการ โดยมีหลักฐานการเป็นหนี้ แต่สหกรณ์ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าบริการจากผู้รับบริการ

1.6.1 สหกรณ์อยู่ในระบบ VAT

กรณีออกใบกำกับภาษีทันที:

เดบิต  ลูกหนี้ค่าบริการ                xxx
    เครดิต  รายได้ค่าบริการ                  xxx
            ภาษีขาย                          xxx

กรณีให้บริการแล้วจัดทำใบแจ้งหนี้ (ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดเมื่อได้รับชำระเงิน):

เดบิต  ลูกหนี้ค่าบริการ                xxx
    เครดิต  รายได้ค่าบริการ                  xxx
            ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ     xxx

เมื่อได้รับชำระ → บันทึกการรับชำระ + ปรับปรุงภาษี:

เดบิต  ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ    xxx
    เครดิต  ภาษีขาย                          xxx

1.6.2 สหกรณ์ไม่อยู่ในระบบ VAT

เดบิต  ลูกหนี้ค่าบริการ                xxx
    เครดิต  รายได้ค่าบริการ                  xxx

1.7 ลูกหนี้คลาดเคลื่อน

เกิดจากยอดรวมของบัญชีย่อยลูกหนี้ (รายละเอียดลูกหนี้) ต่ำกว่าบัญชีแยกประเภทลูกหนี้ (บัญชีคุมยอดลูกหนี้) — หรือกรณีรายละเอียดลูกหนี้สูงกว่าบัญชีคุมยอด

หลักการปฏิบัติ

ใช้จำนวนเงินในบัญชีย่อยเป็นหลัก แล้วทำการปรับปรุงบัญชีลูกหนี้ประเภทนั้นๆ ให้มีจำนวนเท่ากับยอดรวมของบัญชีย่อยลูกหนี้ พร้อมทั้งให้สหกรณ์รีบตรวจสอบค้นหาสาเหตุให้พบโดยเร็ว

1.7.1 กรณียอดรวมบัญชีย่อยต่ำกว่าบัญชีคุมยอด

ปรับปรุงบัญชี + ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเต็มจำนวน:

เดบิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท) คลาดเคลื่อน           xxx
    เครดิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)                       xxx

เดบิต  หนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้... คลาดเคลื่อน          xxx
    เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้... คลาดเคลื่อน  xxx

ภายหลังตรวจพบข้อคลาดเคลื่อน → โอนกลับรายการตามจำนวนที่ตรวจพบ

ถ้าไม่สามารถตรวจพบได้ → ขออนุมัติตัดเป็นหนี้สูญต่อไป เมื่อได้รับอนุมัติ:

เดบิต  หนี้สูญลูกหนี้... คลาดเคลื่อน               xxx
    เครดิต  ลูกหนี้... คลาดเคลื่อน                       xxx

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้... คลาดเคลื่อน xxx
    เครดิต  หนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้... คลาดเคลื่อน          xxx

ข้อกำหนดพิเศษสำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์

หากยอดรวมบัญชีย่อยลูกหนี้เงินให้สมาชิกกู้คลาดเคลื่อนต่ำกว่าบัญชีคุมยอด — ปฏิบัติตามแนวทางที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด:

  • ถ้าทราบว่าลูกหนี้รายใดคลาดเคลื่อน + อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่คนใด → เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องรับผิดชอบชดใช้
  • ถ้าไม่อาจแยกยอดคลาดเคลื่อนได้ → เจ้าหน้าที่ทั้งหมด + ผู้จัดการ (หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย) จะต้องรวมกันชดใช้ให้แก่สหกรณ์

1.7.2 กรณียอดรวมบัญชีย่อยสูงกว่าบัญชีคุมยอด

นำผลต่างปรับปรุงบัญชี — เพิ่มยอดให้บัญชีลูกหนี้เท่ากับยอดรวมบัญชีย่อย กับตั้งส่วนที่คลาดเคลื่อนนั้นไว้ใน "ค่าเผื่อลูกหนี้คลาดเคลื่อน":

เดบิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)               xxx
    เครดิต  ค่าเผื่อลูกหนี้... คลาดเคลื่อน        xxx

ภายหลังตรวจพบ → โอนกลับรายการตามจำนวนที่ค้นพบ

ถ้าไม่สามารถตรวจพบได้ → โอนค่าเผื่อลูกหนี้คลาดเคลื่อนเข้า "ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ":

เดบิต  ค่าเผื่อลูกหนี้... คลาดเคลื่อน        xxx
    เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...      xxx


1.8 ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี

ลูกหนี้ที่สหกรณ์ได้ยื่นฟ้องต่อศาล และศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว

1.8.1 เมื่อสหกรณ์ส่งเอกสารหลักฐานให้ทนายความเพื่อฟ้องดำเนินคดี

กรณีเป็นลูกหนี้ที่มีการคิดดอกเบี้ยและค่าปรับ:

  • ให้หยุดคำนวณดอกเบี้ยและค่าปรับ หากยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลทันที
  • ก่อนทนายความยื่นฟ้องต่อศาล → ประสานงานกับทนายความเพื่อคำนวณดอกเบี้ยและค่าปรับต่อจนถึงวันที่ยื่นฟ้อง
  • บันทึกบัญชีเป็นลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดีเมื่อได้รับเอกสารว่าศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว
เดบิต  ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี                xxx
    เครดิต  ค่าปรับค้างรับ                           xxx
            ดอกเบี้ยค้างรับ                          xxx
            รายได้ค่าปรับ                            xxx
            ดอกเบี้ยรับ                              xxx
            ลูกหนี้... (ระบุประเภท)                  xxx

1.8.2 การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี

หลักความระมัดระวัง

เมื่อมีการดำเนินคดีกับลูกหนี้ จะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่สหกรณ์จะได้รับชำระคืน ซึ่งขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาล

ดังนั้น:

  • ค่าปรับค้างรับ ดอกเบี้ยค้างรับ รายได้ค่าปรับ ดอกเบี้ยรับ → ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเต็มจำนวน
  • ต้นเงิน → พิจารณาสภาพของลูกหนี้และหลักทรัพย์ค้ำประกัน → ตั้งค่าเผื่อให้เพียงพอกับผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
เดบิต  หนี้สงสัยจะสูญ - ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี      xxx
    เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ - ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี xxx

1.8.3 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

เดบิต  เงินทดรองดำเนินคดี              xxx
    เครดิต  เงินสด/เงินฝากธนาคาร              xxx

1.9 ลูกหนี้ตามคำพิพากษา

ลูกหนี้ที่เกิดจากคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุด หรือมีสัญญาประนีประนอมยอมความให้ชดใช้เงินแก่สหกรณ์

1.9.1 กรณีศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ชดใช้ตามมูลฟ้อง + ดอกเบี้ย + ค่าฤชาธรรมเนียม + ค่าทนายความ

เดบิต  ลูกหนี้ตามคำพิพากษา              xxx
    เครดิต  ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี              xxx
            เงินทดรองดำเนินคดี                  xxx
            ดอกเบี้ยรับตามคำพิพากษา             xxx

ถ้าคำพิพากษาไม่ระบุให้ชดใช้ค่าฤชาฯ:

เดบิต  ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี        xxx
    เครดิต  เงินทดรองจ่ายดำเนินคดี           xxx

ถ้าคำพิพากษาให้ชดใช้บางส่วน:

เดบิต  ลูกหนี้ตามคำพิพากษา               xxx
       ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี          xxx
    เครดิต  เงินทดรองจ่ายดำเนินคดี            xxx

1.9.2 กรณีศาลให้ชดใช้น้อยกว่าหนี้ตามมูลฟ้อง

ผลต่าง → ดำเนินการขอตัดเป็นหนี้สูญต่อไป (ตามระเบียบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด)

เมื่อที่ประชุมใหญ่อนุมัติ:

เดบิต  หนี้สูญ - ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี                xxx
    เครดิต  ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี                          xxx

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ - ลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี xxx
    เครดิต  หนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ระหว่างดำเนินคดี             xxx

ดอกเบี้ยตามคำพิพากษาคงค้างรับ

ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ชดใช้ดอกเบี้ยจากวันฟ้องถึงวันที่ลูกหนี้ชำระหนี้:

  • ดอกเบี้ยจากวันฟ้อง → วันที่ศาลพิพากษา → บันทึกในบัญชี "ลูกหนี้ตามคำพิพากษา" (ตามข้อ 1.9.1)
  • ดอกเบี้ยจากวันที่ศาลพิพากษา → วันที่ลูกหนี้ชำระ → ณ วันสิ้นปีทางบัญชีต้องตั้งดอกเบี้ยค้างรับใน "ดอกเบี้ยตามคำพิพากษาค้างรับ" + ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้เต็มจำนวน

ลำดับการรับชำระหนี้จากลูกหนี้ตามคำพิพากษา

  1. ดอกเบี้ยตามคำพิพากษาค้างรับ
  2. ดอกเบี้ยรับตามคำพิพากษา
  3. ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
  4. 3.1 ส่วนอื่นที่ศาลสั่งให้ชดใช้ (ลดยอดให้หมดก่อน)
  5. 3.2 ต้นเงินที่ใหคิ้ดดอกเบี้ยได้

อายุความบังคับคดี

หนี้ตามคำพิพากษามีอายุความบังคับคดี 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

1.9.3 การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ตามคำพิพากษา

แม้ศาลพิพากษาให้สหกรณ์ได้รับชดใช้ — แต่ถ้าลูกหนี้ยังไม่ชำระเงิน ให้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามหลักความระมัดระวัง และคงบัญชีไว้จนกว่าจะได้รับชดใช้คืน


2. การประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

การประมาณจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้ไว้ในทางบัญชี ณ วันสิ้นปี

หลักการพิจารณา

พิจารณาจากสภาพของลูกหนี้และหลักประกันที่ลูกหนี้มีอยู่ในสหกรณ์เป็นสำคัญ

2.1 วิธีประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

มี 3 วิธี — สหกรณ์อาจใช้วิธีเดียวหรือหลายวิธีรวมกันก็ได้

2.1.1 พิจารณาลูกหนี้แต่ละราย

สถานการณ์ การตั้งค่าเผื่อ
สงสัยว่าจะสูญ + เรียกชำระทั้งจำนวนไม่ได้ ตั้งค่าเผื่อเต็มจำนวนตามยอดลูกหนี้ + ดอกเบี้ยค้างรับ
คาดว่าจะได้รับบางส่วน ตั้งค่าเผื่อตามจำนวนที่คาดว่าจะไม่ได้รับชำระ

📝 ดูตัวอย่างเพิ่มเติม: ตัวอย่างที่ 3 - การประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

2.1.2 ประมาณเป็นร้อยละของยอดหนี้คงเหลือ

ตั้งค่าเผื่อโดยประมาณเป็นร้อยละของยอดลูกหนี้ + ดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้นปี

อัตราขั้นต่ำ

อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 — สหกรณ์จะประมาณการเป็นร้อยละเท่าใดให้พิจารณาความเหมาะสมและความเพียงพอตามหลักความระมัดระวัง

2.1.3 ประมาณตามอายุหนี้ที่ค้างชำระ (Aging)

ตั้งค่าเผื่อเป็นร้อยละของยอดลูกหนี้ + ดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้นปี โดยจัดกลุ่มตามอายุหนี้ที่ค้างชำระ

การนับอายุหนี้:

  • หนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระ → นับตั้งแต่หนี้ถึงกำหนดชำระ
  • หนี้ที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระ → นับถัดจากวันที่เป็นหนี้

2.2 แนวทางตั้งค่าเผื่อตามประเภทลูกหนี้

(1) ลูกหนี้เงินกู้

ต้นเงิน:

  • ปกติมีการค้ำประกันด้วยบุคคลหรือหลักทรัพย์
  • ถ้าปรากฏแน่ชัดว่าไม่อาจเรียกชำระได้ทั้งจากผู้กู้ ทายาท ผู้ค้ำประกัน + ไม่มีหลักทรัพย์ → ตั้งค่าเผื่อเต็มจำนวน (พิจารณาเป็นรายๆ ไป)

ดอกเบี้ยเงินกู้ค้างรับและค่าปรับค้างรับ:

อายุหนี้ที่ค้างชำระ อัตราขั้นต่ำ
1 – 5 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 (หรือใกล้เคียงกับความเป็นจริง)
เกิน 5 ปี เต็มจำนวน

(2) ลูกหนี้การค้า

อายุความ 2 ปี — ควรวิเคราะห์อายุของหนี้ + ตั้งค่าเผื่อโดยพิจารณาลดหลั่นตามอายุหนี้:

อายุของหนี้ที่ค้างชำระ อัตราขั้นต่ำ
เกิน 60 วัน แต่ไม่เกิน 6 เดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
เกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15
เกิน 2 ปี (ขาดอายุความฟ้องร้องตามกฎหมาย) เต็มจำนวน

(3) ลูกหนี้อื่นๆ

พิจารณาสภาพของลูกหนี้ประเภทนั้นๆ + หลักประกันที่ลูกหนี้ทำไว้กับสหกรณ์ → ตั้งค่าเผื่อให้เพียงพอตามหลักความระมัดระวัง

ระเบียบเฉพาะ

หากมีระเบียบอื่นใดกำหนดให้สหกรณ์ปฏิบัติเป็นการเฉพาะ → ต้องถือปฏิบัติตามระเบียบนั้นด้วย เช่น ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยการจัดชั้นคุณภาพลูกหนี้และการเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

2.3 วิธีปฏิบัติทางบัญชีในการตั้งค่าเผื่อ

ค่าเผื่อ ณ วันสิ้นปีที่คำนวณได้อาจมากกว่าหรือน้อยกว่ายอดคงเหลือในบัญชี ผลต่างต้องนำไปปรับปรุง:

2.3.1 กรณียอดคงเหลือในบัญชีน้อยกว่าค่าเผื่อที่คำนวณได้

ผลต่างถือเป็นค่าใช้จ่ายของปีนั้นๆ:

เดบิต  หนี้สงสัยจะสูญ (ระบุประเภท)            xxx
    เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (ระบุประเภท)        xxx

2.3.2 กรณียอดคงเหลือในบัญชีมากกว่าค่าเผื่อที่คำนวณได้ (ค่าเผื่อเกินความต้องการ)

ปรับลดยอดในบัญชีและปรับลดยอดค่าใช้จ่ายลง:

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (ระบุประเภท)    xxx
    เครดิต  หนี้สงสัยจะสูญ (ระบุประเภท)               xxx


3. การตัดจำหน่ายหนี้สูญ

3.1 ลักษณะของหนี้ที่จะตัดจำหน่ายเป็นหนี้สูญได้

ต้องเป็นหนี้ที่มีลักษณะดังนี้:

  1. เกิดจากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการของสหกรณ์
  2. มีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้
  3. มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณี หรือมีการฟ้องคดีแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้ โดยปรากฏว่า:

    กรณี เงื่อนไข
    (ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย/เป็นคนสาบสูญ + ไม่มีทรัพย์สินจะเรียกร้อง + ฟ้องคดีจะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าหนี้
    (ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ + มีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นที่มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมด
    (ค) ดำเนินการฟ้องคดีแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ + มีคำบังคับ/คำสั่งศาล + ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน
    (ง) ดำเนินการฟ้องคดีล้มละลาย หรือยื่นคำขอรับชำระหนี้ + มีการประนอมหนี้ + ศาลเห็นชอบ
    (จ) ลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย + แบ่งทรัพย์สินครั้งแรกแล้ว
  4. หากเป็นหนี้ที่เกิดจากการทุจริตหรือความบกพร่องของกรรมการ/อดีตกรรมการ/เจ้าหน้าที่สหกรณ์ → ต้องมีการติดตามทวงถามตามสมควรแก่กรณีจนถึงที่สุดแล้ว

3.2 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตัดจำหน่าย

เงื่อนไขสำคัญ

  1. ต้องเป็นหนี้ที่มีลักษณะตามข้อ 3.1
  2. ต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้เต็มจำนวนในคราวปิดบัญชีประจำปีก่อนการขออนุมัติ
  3. ในการเตรียมการเสนอที่ประชุมใหญ่ ต้องจัดให้มีข้อมูล:
    • จำนวนหนี้ที่ขออนุมัติตัดจำหน่าย
    • คำชี้แจงสภาพหลักฐานและการติดตามทวงถาม
    • เหตุผลในการขอตัดจำหน่ายหนี้สูญ
    • ความเห็นของคณะกรรมการดำเนินการ
  4. คณะกรรมการดำเนินการต้องกำหนดวาระการประชุมใหญ่ + แจ้งสมาชิก/ผู้แทนสมาชิกทราบก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน พร้อมรายละเอียดตามข้อ 3
  5. ที่ประชุมใหญ่ต้องมีมติเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มาประชุม
  6. การอนุมัติตัดจำหน่ายหนี้สูญเป็นเพียงการปฏิบัติทางบัญชีเท่านั้น มิได้เป็นการระงับซึ่งสิทธิเรียกร้องจากผู้ต้องรับผิดชอบ

กรณีพิเศษ — หนี้รวมไม่เกิน 30,000 บาท

ในกรณีที่ลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนหนี้รวมกันไม่เกินสามหมื่นบาท การตัดจำหน่ายอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 3.1(3) (ไม่ต้องฟ้องคดี) — ถ้ามีหลักฐานการติดตามทวงถาม + ฟ้องคดีจะเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ

3.3 วิธีปฏิบัติทางบัญชีในการตัดจำหน่ายหนี้สูญ

เดบิต  หนี้สูญลูกหนี้... (ระบุประเภท)         xxx
    เครดิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)                  xxx

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...       xxx
    เครดิต  หนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...                xxx

กรณีสหกรณ์อยู่ในระบบ VAT + ลูกหนี้เกิดจากการขาย/บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตามมาตรา 82/11 แห่งประมวลรัษฎากร — ยินยอมให้คืนภาษีขายตามสัดส่วนของลูกหนี้ที่สูญ

เงื่อนไข

ต้องเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 85) ลว. 9 กุมภาพันธ์ 2542

เดบิต  หนี้สูญลูกหนี้...                  xxx
       ภาษีขาย                            xxx
    เครดิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)            xxx

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...   xxx
    เครดิต  หนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...           xxx

4. การรับชำระคืนจากลูกหนี้ที่ตัดจำหน่ายเป็นหนี้สูญแล้ว

ถือเป็นหนี้สูญรับคืน = รายได้ของสหกรณ์ บันทึก 3 ขั้นตอน:

กรณีปกติ (ไม่อยู่ในระบบ VAT)

(1) โอนกลับรายการลูกหนี้ที่ตัดจำหน่ายหนี้สูญ:

เดบิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)            xxx
    เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...      xxx

(2) บันทึกการรับชำระเงิน:

เดบิต  เงินสด                             xxx
    เครดิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)              xxx

(3) ปรับปรุงรายการเป็นหนี้สูญรับคืน:

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...   xxx
    เครดิต  หนี้สูญรับคืน                        xxx

กรณีอยู่ในระบบ VAT (ที่เคยลดยอดภาษีขายไว้)

ต้องคำนวณภาษีขายจากยอดหนี้สูญรับคืน + รวมเป็นภาษีขายในเดือนที่ได้รับชำระ:

(1) เดบิต  ลูกหนี้... (รวม VAT)            xxx
        เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...   xxx

(2) เดบิต  เงินสด                          xxx
        เครดิต  ลูกหนี้... (ระบุประเภท)            xxx

(3) เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้... xxx
        เครดิต  หนี้สูญรับคืน                     xxx
                ภาษีขาย                           xxx

5. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเกินความต้องการ

ในวันสิ้นปีทางบัญชี — ถ้าบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของหนี้ประเภทใดมียอดคงเหลือเกินความต้องการ:

เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...   xxx
    เครดิต  หนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้...             xxx

การแสดงในงบกำไรขาดทุน

การบันทึกลดยอดค่าใช้จ่าย "หนี้สงสัยจะสูญ" จะแสดงไว้ภายในวงเล็บ เป็นรายการลดยอดค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน — และจะเกิดขึ้นในวันสิ้นปีเฉพาะปีที่บัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญมียอดสูงกว่ายอดประมาณการ


← ส่วนที่ 1: ความหมาย | ส่วนที่ 3: การแสดงรายการในงบการเงิน →