5.4 แผนการสอบบัญชีโดยรวม (Overall Audit Plan)¶
สาระสำคัญของหน้านี้
แผนการสอบบัญชีโดยรวม คือ เอกสารหลักที่กำหนดทิศทางการตรวจสอบ — เป็นจุดเชื่อม "ผลการประเมินความเสี่ยง" (5.3) กับ "แนวการสอบบัญชีรายบัญชี" (5.5)
คำถามที่แผนการสอบบัญชีโดยรวมต้องตอบให้ได้:
- ขอบเขตงานคืออะไร? (Scope)
- ปัจจัยเสี่ยงไหนต้องตรวจ? ใช้วิธีอะไร? (Risk Response)
- ระดับความมีสาระสำคัญเท่าไร? (Materiality)
- ตรวจเมื่อไร ใช้เวลาเท่าไร? (Timeline)
- ใครเป็นผู้ตรวจ? (Team)
เอาต์พุต: แผนการสอบบัญชีโดยรวมที่ลงนามโดยผู้สอบบัญชี + บันทึกใน CAD_CA เมนู PB1 (ก่อนเข้าตรวจระหว่างปี)
🎯 ทำไมต้องทำ Overall Plan แยกจาก Audit Program¶
หลายคนสับสนระหว่าง 2 เอกสารนี้ — ลองเทียบกันดูครับ:
| Overall Audit Plan (5.4) | Audit Program (5.5) | |
|---|---|---|
| ระดับ | ภาพรวมทั้งงาน | รายบัญชี/รายปัจจัยเสี่ยง |
| ความละเอียด | กลยุทธ์/แนวคิด — "จะตรวจอะไร อย่างไร" | step-by-step — "ตรวจอย่างนี้ทีละขั้น" |
| อ้างอิง TSA | TSA 300 (Audit Strategy) | TSA 330 (Risk Response) |
| ใช้ตอน | ก่อนเริ่มตรวจ — ใช้สื่อสารกับทีม | ระหว่างตรวจ — ใช้ปฏิบัติจริง |
| เปลี่ยนแปลงบ่อย | ปรับเฉพาะเมื่อมีเหตุผลสำคัญ | ปรับได้ตามที่พบใหม่ |
| ความยาวเอกสาร | 2-5 หน้า | 10-50 หน้า ขึ้นกับธุรกิจ |
Analogy ช่วยจำ
Overall Plan = แผนที่การเดินทาง (จะไปที่ไหน เส้นทางไหน ใช้รถอะไร)
Audit Program = GPS turn-by-turn (เลี้ยวซ้ายแยกนี้ ไปอีก 200 เมตร)
📐 Audit Strategy vs Audit Plan (TSA 300)¶
ตาม TSA 300 (การวางแผนการตรวจสอบงบการเงิน) การวางแผนต้องครอบคลุม 2 ระดับ:
Level 1: Overall Audit Strategy (กลยุทธ์)¶
กำหนดภาพใหญ่ที่สุด — answer คำถาม "ใหญ่ๆ":
- ลักษณะของงานคืออะไร? (สหกรณ์อะไร, ขนาดเท่าไร, ความซับซ้อนแค่ไหน)
- ต้องใช้ทรัพยากรพิเศษหรือไม่? (Specialist เช่น valuation, IT)
- กรอบเวลา + reporting deadline
- ปัจจัยที่ทำให้ทีมต้องเปลี่ยน focus
Level 2: Audit Plan (แผนปฏิบัติ)¶
กำหนดวิธีดำเนินการ — answer คำถาม "อย่างไร":
- วิธีตรวจสอบเฉพาะแต่ละบัญชี (Test of Controls? Substantive?)
- ระยะเวลา + ลำดับการทำ
- จำนวน sample
- การ allocate งานให้ทีม
ในบริบทของกตส. คู่มือเล่ม #13 รวม 2 ระดับเข้าด้วยกัน เรียกว่า "แผนการสอบบัญชีโดยรวม" (1 เอกสาร)
📋 5 องค์ประกอบของแผนการสอบบัญชีโดยรวม (ตามกตส.)¶
┌────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ แผนการสอบบัญชีโดยรวม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ... │
├────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. ขอบเขตงานของผู้สอบบัญชี │
│ 2. สรุปผลการประเมินความเสี่ยงและวิธีการตรวจสอบ │
│ 3. ระดับความมีสาระสำคัญ │
│ 4. กำหนดการตรวจสอบ │
│ 5. ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ │
│ │
│ (ลงชื่อ) ............................. ผู้สอบบัญชี │
│ วันที่ .............................. │
└────────────────────────────────────────────────────────────┘
องค์ประกอบที่ 1: ขอบเขตงานของผู้สอบบัญชี¶
ระบุให้ชัดว่าผู้สอบบัญชีรับผิดชอบ อะไร ถึงระดับไหน
ตัวอย่าง¶
ตรวจสอบเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินของ สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569 รวมถึงการเสนอข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานของสหกรณ์
สิ่งที่ต้องระบุ¶
- ชื่อสหกรณ์ + ปีบัญชี
- ประเภทงาน (ระหว่างปี / ประจำปี / ทั้งคู่)
- วัตถุประสงค์ (แสดงความเห็น + ข้อเสนอแนะ)
- กรอบมาตรฐานที่อ้างอิง (TSA + ระเบียบนายทะเบียน)
องค์ประกอบที่ 2: สรุปผลการประเมินความเสี่ยงและวิธีการตรวจสอบ¶
นี่คือ หัวใจของแผน — เชื่อม Risk Assessment (5.3) เข้ากับ Audit Procedures
รูปแบบตาราง (ตามคู่มือกตส.)¶
| ปัจจัยเสี่ยง | ความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่ | วิธีการตรวจสอบ |
|---|---|---|
| คะแนน | ระดับ |
หลักการเลือกวิธีตรวจสอบตามระดับความเสี่ยง¶
ตามคู่มือกตส. + TSA 330 มีแนวทางชัดเจน 3 ระดับ:
🔴 ความเสี่ยง "สูง"¶
สหกรณ์มีโอกาสมากที่งบการเงินจะแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง — ระบบควบคุมไม่มีหรืออ่อนแอ
กลยุทธ์: ไม่พึ่ง IC เพียงอย่างเดียว — ใช้ Substantive ณ วันสิ้นปีให้มาก
วิธีตรวจสอบที่ควรใช้: - เข้าร่วมสังเกตการณ์ตรวจนับสินค้า/ผลิตผลคงเหลือ - ขอคำยืนยันยอด (ลูกหนี้, เจ้าหนี้, เงินฝาก) - ตรวจเอกสารหลักฐานครบถ้วน - ตรวจตัดยอด (cutoff testing) - ทดสอบการคำนวณ - วิเคราะห์เปรียบเทียบ + ตรวจ TOC ร่วม
🟡 ความเสี่ยง "ปานกลาง"¶
สหกรณ์มีระบบควบคุมภายในอยู่บ้าง แต่ยังมีโอกาสเกิด misstatement
กลยุทธ์: ผสม TOC + Substantive ตามจุดอ่อน
วิธีตรวจสอบที่ควรใช้: - ทดสอบการควบคม (TOC) เพื่อยืนยัน effectiveness - Substantive เฉพาะรายการที่ control อ่อนแอ - วิเคราะห์เปรียบเทยบ + สอบทานการปฏบตตามระเบียบ - เข้าร่วมสังเกตการณ์ในจุดสำคัญ
🟢 ความเสี่ยง "ต่ำ"¶
สหกรณ์มี IC ดี + ปฏิบัติตามจริง — โอกาสเกิด material misstatement น้อย
กลยุทธ์: ลด Substantive — เน้น Analytical Procedures + TOC แบบ light
วิธีตรวจสอบที่ควรใช้: - วิเคราะห์เปรียบเทียบ (trend + ratio) - TOC น้อยๆ เพื่อยืนยัน IC - สังเกตการณ์ + สอบถาม
กรณีพิเศษ — ใช้ Analytical อย่างเดียวได้
หากผู้สอบบัญชีเห็นว่าผลประเมินความเสี่ยงอยู่ในระดับ ต่ำมาก และ ไม่มีสาระสำคัญ → สามารถระบุในช่องวิธีตรวจสอบว่า "วิเคราะห์เปรียบเทียบและไม่กำหนดแนวการสอบบัญชี" ได้
📊 ตัวอย่าง: ลูกหนี้เงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด¶
| ปัจจัยเสี่ยง | คะแนน | ระดับ | วิธีการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| ลูกหนี้ค้างนาน รับชำระหนี้ไม่ได้ | 3.0 | 🔴 สูง | TOC: สอบทานระเบียบ, รายงานวิเคราะห์อายุหนี้, การอนุมัติจ่ายเงินกู้ Substantive: ตรวจเอกสาร, ยืนยันยอดลูกหนี้, ทดสอบการคำนวณ |
| ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไม่ตามระเบียบ | 2.0 | 🟡 ปานกลาง | TOC + ตรวจการคำนวณค่าเผื่อตามระเบียบนายทะเบียนฯ |
| มีการแปลงหนี้โดยไม่ได้รับชำระจริง | 2.0 | 🟡 ปานกลาง | ตรวจเอกสาร + ยืนยันยอด + ทดสอบรายการ |
| ลูกหนี้ผิดนัดจำนวนมาก | 3.0 | 🔴 สูง | วิเคราะห์ aging + สังเกตการณ์ + ตรวจการตามหนี้ |
องค์ประกอบที่ 3: ระดับความมีสาระสำคัญ (Materiality)¶
ความมีสาระสำคัญคือ "เกณฑ์ความผิดพลาดที่ผู้สอบบัญชียอมรับได้" — กำหนดไว้ก่อนตรวจ เพื่อใช้ตัดสินว่าจะให้สหกรณ์ปรับปรุงรายการหรือไม่
📐 เกณฑ์ของกตส. — ใช้ตัวเลขเป็นมาตรฐาน¶
กรณีที่ 1: รายการกระทบงบกำไรขาดทน + สหกรณ์มี กำไรสุทธิ¶
| กำไรสุทธิ (บาท) | อัตรา % ของกำไรสุทธิ |
|---|---|
| ≤ 1,000,000 | > 0.5% |
| 1,000,001 - 5,000,000 | > 0.4% |
| ≥ 5,000,001 | > 0.3% |
กรณีที่ 2: รายการกระทบงบกำไรขาดทน + สหกรณ์มี ขาดทุนสุทธิ → ใช้ยอดขาย/บริการ¶
| ยอดขาย/บริการ (บาท) | อัตรา % ของยอดขาย |
|---|---|
| ≤ 2,000,000 | > 0.4% |
| 2,000,001 - 10,000,000 | > 0.3% |
| ≥ 10,000,001 | > 0.2% |
กรณีที่ 3: รายการกระทบงบดุล → ใช้ สินทรัพย์รวม¶
| สินทรัพย์รวม (บาท) | อัตรา % ของสินทรัพย์รวม |
|---|---|
| ≤ 2,000,000 | > 0.5% |
| 2,000,001 - 20,000,000 | > 0.3% |
| ≥ 20,000,001 | > 0.2% |
ตัวอย่างคำนวณ — สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด
สมมติสหกรณ์มี: - สินทรัพย์รวม = 19,129 ล้านบาท → เข้าเกณฑ์กรณี 3 ขั้น ≥ 20 ล้าน → ใช้ 0.2% - กำไรสุทธิ = 575 ล้านบาท → เข้าเกณฑ์กรณี 1 ขั้น ≥ 5 ล้าน → ใช้ 0.3%
Materiality ที่กำหนด: - กระทบงบดุล: > 19,129 × 0.2% = 38.26 ล้านบาท - กระทบงบกำไรขาดทุน: > 575 × 0.3% = 1.73 ล้านบาท
⚠️ ข้อยกเว้น — ต้องปรับปรุงเสมอ ไม่ว่าจำนวนเล็กแค่ไหน¶
แม้ขอผดพลาดจะไม่ถึงเกณฑ์ Materiality แต่หากเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ ต้องปรับปรุง:
- ไม่เป็นไปตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ เช่น คิดค่าเสื่อมไม่ถูก, ตั้งค่าเผื่อไม่ตามระเบียบ
- จัดประเภทรายการในงบการเงนผิด — เช่น classify ลูกหนี้เป็นเงินลงทุน
💡 ปรับ Materiality ระหว่างทาง¶
ระดับความมีสาระสำคัญที่กำหนดในแผน ปรับได้ระหว่างปฏิบัติงาน หากพบว่าข้อมูลจริงต่างจากที่คาดไว้ — ต้องบันทึกการปรับใน working papers
💎 มุมมองวิชาชีพ (TSA 320) เพิ่มเติม¶
แม้กตส. ใช้เกณฑ์เป็นตัวเลขชัดเจน แต่ TSA 320 แนะนำให้กำหนด Materiality 3 ระดับ:
| ระดับ | ใช้เพื่อ | คิดเป็น % ของ Overall |
|---|---|---|
| Overall Materiality | ระดับงบการเงนรวม | 100% |
| Performance Materiality | ใช้กำหนด sample size (มี buffer) | 50-75% |
| Specific (Lower) Materiality | สำหรับรายการอ่อนไหว (เช่น เงินรับฝาก) | กำหนดเฉพาะ |
ในทางปฏิบัติ ผู้สอบบัญชีสามารถใช้เกณฑ์กตส. เป็น Overall และคำนวณ Performance/Specific Materiality เพิ่มเติมได้ตามดุลพินิจ
องค์ประกอบที่ 4: กำหนดการตรวจสอบ¶
ระบุ ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ ในแต่ละช่วงของการตรวจสอบ
📅 รูปแบบมาตรฐานของกตส.¶
| ช่วงงาน | วันที่ | จำนวนวัน |
|---|---|---|
| การตรวจสอบระหว่างปี | ............... ถึง ............... | ........... วัน |
| สังเกตการณ์ตรวจนับสินค้าคงเหลือ | ................................. | ........... วัน |
| การตรวจสอบประจำปี | ............... ถึง ............... | ........... วัน |
| เสนอรายงานการสอบบัญชี + กระดาษทำการ | ................................. | – |
📊 ตัวอย่าง — สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด (ปีบัญชี 31 ธ.ค. 2569)¶
| ช่วงงาน | วันที่ | จำนวนวัน |
|---|---|---|
| ตรวจสอบระหว่างปี | 1 - 5 พฤศจิกายน 2569 | 5 วัน |
| ตรวจสอบประจำปี | 5 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2570 | 30 วัน |
| เสนอรายงาน + กระดาษทำการ | 28 กุมภาพันธ์ 2570 | – |
สหกรณ์ออมทรัพย์/เครดิตยูเนี่ยน ปกติไม่มี Inventory
การ "สังเกตการณ์ตรวจนับสินค้าคงเหลือ" ไม่ apply กับสหกรณ์ออมทรัพย์/เครดิตยูเนี่ยน — แต่ใช้กับสหกรณ์การเกษตร (ปุ๋ย/ผลิตผล) และสหกรณ์ร้านค้า
การไม่สามารถเข้าตรวจตามแผน
หากผู้สอบบัญชีไม่สามารถเข้าตรวจตามกำหนดที่ระบุในแผนได้ — ไม่ต้องแก้ไขแผนการสอบบัญชีโดยรวม เพราะกำหนดในแผนเป็นเพียงการ "คาดการณ์" แต่ต้องปรับการวางแผนงานจริงและสื่อสารกับสหกรณ์
⏰ Timeline ภาพรวม — เชื่อมกับเงื่อนไขเวลาของกตส.¶
ก.ย. 2569 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. 2570 ก.พ.
│ │ │ │ │ │
▼ ▼ ▼ ▼ ▼ ▼
[5.3 ประเมินความเสี่ยง]
[5.4 จัดทำแผน Overall]
[5.5 จัดทำ Audit Program]
[ตรวจสอบระหว่างปี]
[สิ้นปี]
[ตรวจสอบประจำปี]
[Report]
├─ 30 วัน:
│ ส่งรายงาน
├─ 15 วันทำการ:
│ บันทึก V.3
องค์ประกอบที่ 5: ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ¶
ระบุ ทีม ทั้งหมดที่จะปฏิบัติงาน รวมถึงผู้ช่วย:
รูปแบบมาตรฐาน¶
ผู้สอบบัญชี ......................... ตำแหน่ง .........................
ผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ......................... ตำแหน่ง .........................
ผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ......................... ตำแหน่ง .........................
(ลงชื่อ) ......................... ผู้สอบบัญชี
วันที่ .........................
ความสำคัญของการระบุทีม
การระบุทีมในแผนช่วยให้:
- EQR สามารถสอบทาน ได้ว่าทีมเหมาะสมกับความซับซ้อนของงาน
- กำหนดความรับผิดชอบ ชัดเจน
- ติดตามคุณสมบัติ + CPD ของทีมในงานสอบบัญชีสหกรณ์
- หากเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์/เครดิตยูเนี่ยนขนาดใหญ่ — ต้องเป็น CPA ทุกคน (ไม่ใช่บุคคลอื่น)
🔗 การเชื่อมโยง Risk Assessment → Plan → Program¶
┌─────────────────────────┐
│ 5.3 Risk Assessment │ ← ผลลัพธ์: รายงานสรุปผลความเสี่ยง
│ - Inherent Risk │
│ - Residual Risk │
│ - 3 ระดับสี │
└──────────┬──────────────┘
│
▼ เป็น input สู่
┌─────────────────────────┐
│ 5.4 Overall Audit Plan │ ← ผลลัพธ์: แผน 5 องค์ประกอบ + ลงนาม
│ - Scope │
│ - Risk Summary │
│ - Materiality │
│ - Timeline │
│ - Team │
└──────────┬──────────────┘
│
▼ เป็น input สู่
┌─────────────────────────┐
│ 5.5 Audit Program │ ← ผลลัพธ์: แนวการสอบบัญชี step-by-step
│ - Step-by-step │
│ - Sample selection │
│ - Working paper format │
└─────────────────────────┘
🔄 การปรับแผนระหว่างปฏิบัติงาน¶
ตามคู่มือกตส. การปรับแผนแยกเป็น 2 กรณี:
กรณีที่ 1: ปรับเรื่องที่อยู่ในแผนแล้ว → ไม่ต้องแก้แผน¶
หากต้อง: - ขยายขอบเขตการตรวจสอบ - เพิ่มจำนวน sample - เปลี่ยนวิธีตรวจ (เช่น เพิ่ม Substantive)
→ ระบุในช่อง "หมายเหตุ" ของ แนวการสอบบัญชี (5.5) พร้อมเหตุผล โดยไม่ต้องแก้แผน Overall
กรณีที่ 2: เพิ่มรายการใหม่ที่ไม่อยู่ในแผน → ต้องแก้แผน¶
หากพบ: - รายการใหม่ที่ไม่มีในงบปีก่อน (แต่มีในปีปัจจุบัน) - รายการที่ไม่มียอดคงเหลือทั้ง 2 ปี แต่มี movement ระหว่างปี
→ ต้อง: 1. ประเมินความเสี่ยงของรายการใหม่ 2. เพิ่มใน Overall Plan (ทั้งใน Risk Summary และ procedures) 3. จัดทำแนวการสอบบัญชีเพิ่มเติม
📝 ตัวอย่างแผนการสอบบัญชีโดยรวม (ฉบับเต็ม)¶
สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด — แผนการสอบบัญชีโดยรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569¶
1. ขอบเขตงานของผู้สอบบัญชี¶
ตรวจสอบเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ตามมาตรฐานการสอบบัญชี (TSA) และระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ฯ พ.ศ. 2562 รวมถึงการเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานของสหกรณ์
2. สรุปผลการประเมินความเสี่ยงและวิธีการตรวจสอบ¶
| ปัจจัยเสี่ยง | คะแนน | ระดับ | วิธีการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| เงินสดและเงินฝากธนาคาร | 1.5 | 🟢 ต่ำ | สอบทานการแบ่งแยกหน้าที่ + ตรวจนับ + กระดาษทำการพิสูจน์ยอด |
| เงินลงทุน (ตราสารหนี้) | 2.0 | 🟡 ปานกลาง | ขอคำยืนยันยอดผู้ออกตราสาร + ตรวจมูลค่ายุติธรรม |
| ลูกหนี้เงินกู้ | 2.5 | 🔴 สูง | TOC + Substantive + ขอยืนยันยอด sample + ตรวจการคำนวณค่าเผื่อ |
| ดอกเบี้ยลูกหนี้ค้างรับ | 2.0 | 🟡 ปานกลาง | ทดสอบการคำนวณดอกเบี้ย + ตรวจการรับรู้รายได้ |
| เงินรับฝากสมาชิก | 2.5 | 🔴 สูง | ขอยืนยันยอด sample + ตรวจการคำนวณดอกเบี้ยจ่าย + ตรวจสอบ cutoff |
| เงินกู้ยืมจากธนาคาร | 2.0 | 🟡 ปานกลาง | ขอยืนยันยอด + ตรวจสัญญาเงินกู้ + เปรียบเทียบยอด |
| ทุนเรือนหุ้น | 1.75 | 🟡 ปานกลาง | สอบทานทะเบียนสมาชิก + ตรวจการเปลี่ยนแปลง |
| กำไรสะสม + ทุนสำรอง | 1.5 | 🟢 ต่ำ | วิเคราะห์เปรียบเทียบ + ตรวจการจัดสรร |
3. ระดับความมีสาระสำคัญ¶
กำหนดระดับความมีสาระสำคัญในการพิจารณาปรับปรุงรายการจากข้อมูลในงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ดังนี้:
- กรณีกระทบงบกำไรขาดทุน: จำนวนเงินที่ถือว่ามีสาระสำคัญคือ จำนวนเงินที่มากกว่า 0.3% ของกำไรสุทธิ
- กรณีกระทบงบดุล: จำนวนเงินที่ถือว่ามีสาระสำคัญคือ จำนวนเงินที่มากกว่า 0.2% ของสินทรัพย์รวม
ระดับความมีสาระสำคัญสำหรับการตรวจสอบประจำปีอาจมีการปรับปรุงตามข้อมูลที่ผู้สอบบัญชีได้รับเพิ่มเติม
4. กำหนดการตรวจสอบ¶
- ตรวจสอบระหว่างปี: 1 - 5 พฤศจิกายน 2569 รวม 5 วัน
- ตรวจสอบประจำปี: 5 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2570 รวม 30 วัน
- เสนอรายงานการสอบบัญชี + กระดาษทำการ: 28 กุมภาพันธ์ 2570
5. ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ¶
- ผู้สอบบัญชี: นาย ก. ขยันตรวจ (CPA เลขที่ XXXX)
- ผู้ช่วยผู้สอบบัญชี: นาง ข. ระมัดระวัง
- ผู้ช่วยผู้สอบบัญชี: นางสาว ค. ละเอียดถี่ถ้วน
(ลงชื่อ) ........................... ผู้สอบบัญชี
วันที่ 25 ตุลาคม 2569
✅ Checklist การจัดทำแผนการสอบบัญชีโดยรวม¶
ก่อนลงนามในแผน + บันทึกใน CAD_CA (PB1) ผู้สอบบัญชีต้อง confirm:
- [ ] รายงานสรุปผลการประเมินความเสี่ยง (5.3) เสร็จสมบูรณ์ + ลงนาม
- [ ] ระบุขอบเขตงานครบ (ชื่อสหกรณ์, ปี, วัตถุประสงค์)
- [ ] ลิสต์ปัจจัยเสี่ยงครบทุกธุรกิจในตาราง Risk Summary
- [ ] กำหนดวิธีตรวจสอบสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงแต่ละปัจจัย
- [ ] คำนวณ Materiality ตามเกณฑ์กตส. (กรณี 1, 2, 3)
- [ ] (Optional) คำนวณ Performance + Specific Materiality เพิ่มตาม TSA 320
- [ ] วาง Timeline ทั้ง interim + final + reporting
- [ ] ระบุทีมงานครบ (ผู้สอบบัญชี + ผู้ช่วย)
- [ ] ตรวจสอบว่าทีมมีคุณสมบัติ (CPA สำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่)
- [ ] ลงนาม + วันที่
- [ ] บันทึกใน CAD_CA เมนู PB1 (ก่อนเข้าตรวจระหว่างปี)
- [ ] เก็บสำเนาในกระดาษทำการ
🎯 ข้อสังเกตจากดุลพินิจมืออาชีพ¶
จากประสบการณ์ทำงานเอกชน + สหกรณ์:
-
อย่าเขียนแผนเป็น "ทั่วไป" — แผนต้อง specific กับสหกรณ์รายนั้น เช่น แทนที่จะเขียน "ตรวจสอบลูกหนี้" ให้เขียน "ทดสอบ aging + ขอยืนยันยอด 25 ราย จากลูกหนี้ที่มียอดเกิน 5 ล้าน"
-
Materiality ของกตส. อาจไม่พอสำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ใหญ่ — เกณฑ์ 0.2% ของสินทรัพย์ในสหกรณ์ขนาด 50,000 ล้านบาท = 100 ล้าน → ใหญ่เกินไปสำหรับ tolerance ของผู้กำกับ ให้พิจารณาใช้ เกณฑ์เข้มงวดกว่ากตส. ตามดุลพินิจ
-
เงินรับฝากสมาชิก = Specific Materiality ต่ำกว่าปกติ — แม้ misstatement จะไม่ถึง overall materiality ก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสมาชิก ควรกำหนด Specific Materiality เป็น 10-25% ของ overall
-
กรณี EQR ต้องเป็นอิสระ — สหกรณ์ออมทรัพย์/เครดิตยูเนี่ยน สินทรัพย์ ≥ 5,000 ล้านบาท → ต้องระบุ EQR Reviewer ในแผนด้วย และต้องไม่ใช่ทีมตรวจสอบเดียวกัน
-
แผนต้องสื่อสารกับสหกรณ์ — ตาม TSA 260 ผู้สอบบัญชีต้อง communicate planned scope and timing กับ "ผู้มีหน้าที่ในการกำกับดูแล" (คณะกรรมการดำเนินการ) — แผน Overall เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ดี
-
📌 [พี่ตรวจสอบ] — เกณฑ์ Materiality ของกตส. ในเอกสาร #13 ปี 2560 อาจถูกปรับใหม่ภายหลัง — หากพี่มีคู่มือกตส. ฉบับล่าสุด ขอให้ตรวจสอบเทียบอัตรา %
🧭 Footer Navigation¶
⬅️ ก่อนหน้า: 🔍 การประเมินความเสี่ยง
➡️ ถัดไป: 📝 แนวการสอบบัญชี
ดู section อื่น:
แหล่งอ้างอิง
- เอกสาร #13: คู่มือ เรื่อง การจัดทำแผนการสอบบัญชีโดยรวม (กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ธันวาคม 2560)
- เอกสาร #16: แนวปฏิบัติ เรื่อง ระบบการสอบบัญชีสหกรณ์โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่น (ระบบ 5.4)
- TSA 200 — วัตถุประสงค์โดยรวมของผู้สอบบัญชี (Audit Risk Model)
- TSA 260 — การสื่อสารกับผู้มีหน้าที่ในการกำกับดูแล
- TSA 300 — การวางแผนการตรวจสอบงบการเงิน (Strategy + Plan)
- TSA 315 (ปรับปรุง) — การระบุและประเมินความเสี่ยง
- TSA 320 — ความมีสาระสำคัญในการวางแผนและการปฏิบัติงานสอบบัญชี
- TSA 330 — วิธีปฏิบัติของผู้สอบบัญชีในการตอบสนองต่อความเสี่ยง
- TSA 450 — การประเมินการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงที่พบระหว่างการตรวจสอบ