ข้ามไปที่เนื้อหา

5.5 แนวการสอบบัญชี (Audit Program)

สาระสำคัญของหน้านี้

แนวการสอบบัญชี คือ เอกสารปฏิบัติงานจริง — เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผน และเป็นเครื่องมือที่ผู้สอบบัญชีใช้สั่งงาน + ควบคุมงาน + สอบทานงานของผู้ช่วย

คำถามที่แนวการสอบบัญชีต้องตอบ:

  • แต่ละเรื่องตรวจอะไรบ้าง? (วัตถุประสงค์)
  • ใช้วิธีอะไร — TOC หรือ Substantive? (วิธีตรวจ)
  • เลือกตัวอย่างยังไง ขนาดเท่าไร? (Sampling)
  • กระดาษทำการเก็บที่ไหน? (Reference)
  • ใครตรวจ ตรวจเมื่อไร? (Tracking)

เอาต์พุต: แนวการสอบบัญชีรายบัญชี/รายเรื่อง — จัดทำก่อนเข้าตรวจระหว่างปี/ประจำปี


🎯 แนวการสอบบัญชีคืออะไร — ทำไมต้องมี

ตามคู่มือกตส. ผู้สอบบัญชีต้องจัดทำแนวการสอบบัญชี เพราะ:

เหตุผล คำอธิบาย
กำหนดวิธีตรวจสอบที่เหมาะสม เลือก TOC vs Substantive ให้ตรงกับความเสี่ยงของแต่ละเรื่อง
เป็นคำสั่งงานแก่ผู้ช่วย บอกชัดเจนว่าทำอะไร อย่างไร เพื่อให้ทุกคนทำเป็นมาตรฐาน
ควบคุมงาน + สอบทาน หัวหน้าทีมใช้ตรวจว่าผู้ช่วยทำครบไหม ตรงตามแผนหรือไม่
บันทึกการปฏิบัติตามมาตรฐาน เป็นหลักฐานว่าได้ปฏิบัติตาม TSA + ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์
ลด Audit Risk ลดโอกาสที่จะแสดงความเห็นผิดต่องบการเงิน

Analogy

แผนการสอบบัญชีโดยรวม (5.4) = แผนที่ภาพใหญ่
แนวการสอบบัญชี (5.5) = คู่มือการประกอบเฟอร์นิเจอร์ทีละขั้น (พร้อมรูปประกอบ)


📋 7 องค์ประกอบของแนวการสอบบัญชี (ตามกตส.)

┌──────────────────────────────────────────────────────────────┐
│  สหกรณ์................................................. จำกัด    │
│  แนวการสอบบัญชี — [เรื่องที่ตรวจสอบ]                          │
│  สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ......................                  │
├──────────────────────────────────────────────────────────────┤
│  วัตถุประสงค์การตรวจสอบ:                                      │
│  1. ............................                              │
│  2. ............................                              │
├──────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ ┌──────────┬────────┬──────────┬───────────────┬───────────┐ │
│ │กระดาษทำ │ปัจจัย  │วิธีการ   │ผู้ตรวจ/วันที่ │  หมายเหตุ │ │
│ │การอ้างอิง│เสี่ยง  │ตรวจสอบ   │ระหว่างปี/ปี   │           │ │
│ ├──────────┼────────┼──────────┼───────────────┼───────────┤ │
│ │   B-1    │  ...   │  ...     │     ...       │    ...    │ │
│ └──────────┴────────┴──────────┴───────────────┴───────────┘ │
└──────────────────────────────────────────────────────────────┘
# องค์ประกอบ คำอธิบาย
1 เรื่องที่ตรวจสอบ ระบุชัดเจน เช่น "การให้เงินกู้และลูกหนี้เงินให้กู้"
2 วัตถุประสงค์การตรวจสอบ แต่ละเรื่องต้องการพิสูจน์อะไร (เชื่อมกับ assertion)
3 กระดาษทำการอ้างอิง รหัส W/P เช่น B-1, B-2.1
4 ปัจจัยเสี่ยง จาก Risk Assessment (5.3) ที่ map มา
5 วิธีการตรวจสอบ TOC + Substantive + sample selection
6 ชื่อผู้ตรวจ + วันที่ ระหว่างปี / ประจำปี
7 หมายเหตุ เหตุผลการปรับเปลี่ยนแนว / ข้อสังเกตเพิ่มเติม

🎯 วัตถุประสงค์การตรวจสอบ — ผูกกับ Assertion

ทุกเรื่องที่ตรวจ ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน เพื่อรวบรวมหลักฐานสนับสนุน 6 assertion ที่กรรมการให้การรับรอง:

Assertion ตัวอย่างวัตถุประสงค์สำหรับลูกหนี้เงินกู้
Existence ลูกหนี้เงินกู้คงเหลือ ณ วันสิ้นปีมีอยู่จริงตามจำนวนที่แสดงในงบ
Occurrence การให้เงินกู้แก่สมาชิกเกิดขึ้นจริง บันทึกบัญชีถูกต้องตรงตามรอบบัญชี
Completeness รายการเงินกู้ทั้งหมดที่ปล่อยจริงได้บันทึกครบถ้วน
Rights & Obligations สหกรณ์มีสิทธิ์ในลูกหนี้และมีเอกสารหลักฐานครบ
Valuation & Allocation แสดงด้วยมูลค่าที่คาดว่าจะเรียกเก็บได้ — ค่าเผื่อเหมาะสม
Disclosure เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบเป็นไปตามระเบียบนายทะเบียนฯ

🔧 2 ประเภทวิธีการตรวจสอบ (ตาม TSA + กตส.)

Type 1: ทดสอบการควบคุม (Test of Controls — TOC)

วัตถุประสงค์: พิสูจน์ว่า ระบบควบคุมภายในของสหกรณ์ทำงานจริง ตลอดปีบัญชี

4 วิธีหลัก:

วิธี ตัวอย่างในสหกรณ์ออมทรัพย์
(1) ทดสอบรายการบัญชี สอบทานเงินกู้สมาชิกตั้งแต่คำขอกู้ → อนุมัติ → จ่ายเงิน → บันทึกบัญชี (Walkthrough)
(2) สอบถาม ถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อเรื่องขั้นตอนการตรวจคุณสมบัติผู้กู้
(3) สังเกตการณ์ ดูเจ้าหน้าที่จริง — มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคนรับสมัคร/คนอนุมัติ/คนจ่ายเงินไหม
(4) ปฏิบัติซ้ำ คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่เอง เทียบกับที่ระบบคำนวณ

เมื่อไหร่ใช้ TOC

ใช้ TOC เมื่อผู้สอบบัญชี คาดว่า IC มีประสิทธิผล และต้องการลด Substantive

หากสหกรณ์ไม่มี IC หรือ IC อ่อนแอ → ไม่ต้องเสียเวลาทดสอบ ข้ามไปทำ Substantive อย่างเดียว


Type 2: ตรวจสอบเนื้อหาสาระ (Substantive Procedures)

วัตถุประสงค์: หาหลักฐานความถูกต้องของยอดและรายการที่ปรากฏในงบโดยตรง

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม:

🔍 กลุ่ม A: การทดสอบรายละเอียด (7 วิธี)

วิธี ใช้ได้ดีกับ
(ก.1) การตรวจสอบ — ตรวจนับ + ตรวจเอกสาร + ตรวจตัดยอด + ตรวจ subsequent เงินสด, หลักทรัพย์, ใบเสร็จ
(ก.2) การสังเกตการณ์ ตรวจนับเงินสด, การปฏิบัติงาน
(ก.3) ขอคำยืนยันจากบุคคลภายนอก ลูกหนี้, เจ้าหนี้, เงินฝากธนาคาร, ทุนเรือนหุ้น
(ก.4) ทดสอบการคำนวณ ดอกเบี้ย, ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
(ก.5) สอบถาม คดีความ, ภาระผูกพัน
(ก.6) ตรวจยอดยกมา เปิดงานปีแรก / เปลี่ยน CPA
(ก.7) การตรวจสอบสำคัญเพิ่มเติม Subsequent events, คดีความ

📊 กลุ่ม B: การวิเคราะห์เปรียบเทียบ (Analytical Procedures)

วิธี ตัวอย่างในสหกรณ์ออมทรัพย์
เปรียบเทียบข้ามเวลา ลูกหนี้เงินกู้ปีนี้ vs ปีก่อน — เพิ่มขึ้นสมเหตุสมผลไหม?
เปรียบเทียบข้อมูลในงวดเดียวกัน NPL ratio, อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน
วิเคราะห์อัตราส่วน CAMELS analysis 6 มิติ
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ดอกเบี้ยรับ ÷ ลูกหนี้เฉลี่ย = ดอกเบี้ยเฉลี่ย → สมเหตุสมผลกับอัตราในระเบียบไหม

Analytical เป็นวิธีที่คุ้มเวลาที่สุด

การวิเคราะห์เปรียบเทียบใช้เวลาน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ — เหมาะสำหรับรายการที่มีปริมาณมากและคาดการณ์ได้ เช่น ดอกเบี้ยรับ

แต่จุดด้อย: เป็นเพียงหลักฐาน "ประกอบ" — ต้องใช้ร่วมกับวิธีอื่นให้ความเชื่อมั่น


⚠️ กฎสำคัญ: Substantive ต้องทำเสมอ สำหรับรายการที่มีสาระสำคัญ

ตาม TSA 330 ย่อหน้า 18:

"ไม่ว่าความเสี่ยงจะถูกประเมินไว้เป็นอย่างไร ผู้สอบบัญชีต้องออกแบบและปฏิบัติวิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระสำหรับประเภทของรายการ ยอดคงเหลือ และการเปิดเผยข้อมูลที่มีสาระสำคัญ"

นั่นคือ — TOC อย่างเดียวไม่พอ สำหรับ material items ต้องมี Substantive ด้วย เพราะ:

  1. การประเมินความเสี่ยงเป็นการใช้ดุลพินิจ — อาจประเมินผิด
  2. IC มี inherent limitation — เช่น management override

📐 การเลือกตัวอย่าง (Sampling) — TSA 530

ความเสี่ยงในการเลือกตัวอย่าง 2 ประเภท

ประเภท ผลที่เกิด ผลกระทบ
Type 1: ประเมินสูงเกินไป สรุปว่า IC ดี / งบไม่ผิด ทั้งที่จริงๆ ผิด 🔴 อันตราย — แสดงความเห็นไม่เหมาะสม
Type 2: ประเมินต่ำเกินไป สรุปว่า IC แย่ / งบผิด ทั้งที่จริงๆ OK 🟡 ไม่อันตราย — แค่เสียเวลาตรวจเพิ่ม

ผู้สอบบัญชีควรกังวลกับ Type 1 มากกว่า เพราะกระทบความเชื่อมั่นของงบ

ปัจจัยที่กำหนดขนาด Sample สำหรับ TOC

ปัจจัย ผลต่อขนาด Sample
ต้องการความเชื่อมั่นใน IC สูงขึ้น ⬆️ ต้องเพิ่ม
อัตราเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้ลดลง ⬆️ ต้องเพิ่ม
คาดว่าจะพบเบี่ยงเบนมากขึ้น ⬆️ ต้องเพิ่ม
จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ↔️ ผลกระทบน้อยมาก (ถ้าประชากร > 5,000 รายการ)

ปัจจัยที่กำหนดขนาด Sample สำหรับ Substantive

ปัจจัย ผลต่อขนาด Sample
RMM สูงขึ้น ⬆️ ต้องเพิ่ม
ใช้วิธี Substantive อื่นเสริม ⬇️ ลดได้
Tolerable misstatement ลดลง ⬆️ ต้องเพิ่ม
คาดว่าพบ misstatement มากขึ้น ⬆️ ต้องเพิ่ม
จัดกลุ่มประชากร (Stratification) ⬇️ ลดได้

วิธีง่ายๆ ในการกำหนด Sample สำหรับสหกรณ์

ลูกหนี้เงินกู้: เลือกทุกรายที่ยอดเกิน performance materiality + สุ่มเพิ่มในช่วงต่ำกว่า 25-50 ราย

เงินรับฝาก: เลือก top 20-30 รายตามยอด + สุ่ม cluster อีก 30-50 ราย

เอกสารรายเดือน: เดือนละ 10 รายการแรก + รายการพิเศษทุกตัว (เช่น เงินกู้ ≥ 500,000 บาท)


📊 ตัวอย่างเต็ม: แนวการสอบบัญชีลูกหนี้เงินกู้

สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด — แนวการสอบบัญชี — การให้เงินกู้และลูกหนี้เงินให้กู้

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ

  1. ทราบประสิทธิผลของการควบคุมภายในเกี่ยวกับการให้เงินกู้และลูกหนี้เงินให้กู้
  2. ลูกหนี้เงินให้กู้คงเหลือ ณ วันสิ้นปีบัญชี มีอยู่จริง ตามจำนวนที่แสดงในงบการเงิน และแสดงด้วยมูลค่าที่คาดว่าจะเรียกเก็บได้
  3. การให้เงินกู้แก่สมาชิกเกิดขึ้นจริง บันทึกบัญชีถูกต้อง ครบถ้วน ตรงตามรอบระยะเวลาบัญชี
  4. การแสดงรายการลูกหนี้เงินให้กู้ ดอกเบี้ยค้างรับ รายได้ธุรกิจสินเชื่อในงบการเงินถูกต้องตามระเบียบนายทะเบียนฯ
  5. การประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ณ วันสิ้นปีเพียงพอ และการตัดจำหน่ายหนี้สูญเป็นไปตามระเบียบ
  6. การเปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงินเพียงพอตามระเบียบ

Section 1: ขั้นตอนขอกู้

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-3.1 ลูกหนี้เงินกู้ overstated จาก Ghost loans (สมาชิกไม่มีคุณสมบัติ/ไม่มีตัวตนจริง) E TOC: สอบทานระเบียบคุณสมบัติผู้กู้ + สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ + สังเกตการณ์การตรวจคุณสมบัติ คำขอกู้เดือนละ 10 ราย + ทุกรายที่ ≥ 500,000
B-3.1 ลูกหนี้เงินกู้ overstated จากการอนุมัติเกินวงเงินสูงสุด → R&O ไม่สมบูรณ์ R&O, V&A TOC: สอบทานระเบียบวงเงิน + ตรวจคำขอกู้ตามวงเงินที่กำหนด เช่นเดียวกัน
B-3.1 ลูกหนี้เงินกู้ overstated จากการปลอมแปลงเอกสาร (root cause: คนเดียวทำหลายหน้าที่) E, O TOC: สัมภาษณ์ + สังเกตการณ์การแบ่งแยกหน้าที่จริง observation 2-3 ครั้ง

Section 2: หลักทรัพย์ค้ำประกัน

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-3.2 ลูกหนี้สุทธิ overstated เนื่องจากค่าเผื่อต่ำเกินไป (root cause: ประเมินหลักทรัพย์สูงเกิน) V&A TOC: สอบทานระเบียบประเมินราคา + ตรวจรายงาน กก. ที่อนุมัติ ทุกรายที่ใช้อสังหาริมทรัพย์
B-3.2 ลูกหนี้สุทธิ overstated จากหลักประกันไม่เพียงพอ → ค่าเผื่อต่ำ V&A TOC: สอบทานเอกสารหลักประกัน + เทียบกับวงเงินที่อนุมัติ เช่นเดียวกัน

Section 3: การอนุมัติเงินกู้

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-3.3 ลูกหนี้เงินกู้ overstated เนื่องจากการอนุมัติโดยผู้ไม่มีอำนาจ → R&O ไม่สมบูรณ์ E, R&O TOC: สอบทานระเบียบ + ตรวจรายงาน กก. + สัมภาษณ์ สัญญาเดือนละ 10 ราย + ทุกราย ≥ 500,000
B-3.3 ลูกหนี้เงินกู้ overstated เนื่องจากอนุมัติไม่ตามระเบียบสหกรณ์ E, R&O Substantive: ตรวจสอบรายการอนุมัติของผู้มีอำนาจตามวงเงิน เช่นเดียวกัน

Section 4: การจ่ายเงินกู้

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-3.4 ลูกหนี้เงินกู้ overstated จากการบันทึกจ่ายเงินกู้ไม่ตรงกับสัญญา A, V&A TOC: สอบทานวิธีจ่าย (เงินสด/เช็ค/โอน) + เทียบกับสัญญา เอกสารจ่ายเดือนละ 10 ราย + ทุกราย ≥ 500,000
B-3.4 ลูกหนี้เงินกู้และเงินสด บันทึกไม่ตรงกัน (ยอดจ่ายในสมุดเงินสด ≠ ยอดลูกหนี้เพิ่ม) C, A TOC: สอบทาน reconciliation report ระหว่างเงินสดกับลูกหนี้ เช่นเดียวกัน
B-3.4 ลูกหนี้เงินกู้ understated/overstated จาก cutoff ผิดงวด Cu Substantive: ตรวจรายการจ่ายเทียบสมุดเงินสด → บัญชีแยกประเภท → บัญชีลูกหนี้ เช่นเดียวกัน + รายการช่วงต้น/ปลายงวด

Section 5: การรับชำระหนี้

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-3.5 ลูกหนี้เงินกู้ overstated + เงินสด understated จากการรับชำระแต่ไม่ออกใบเสร็จ (ยักยอก) C, E TOC: สังเกตการณ์การออกใบเสร็จจริง + สัมภาษณ์ observation
B-3.5 ลูกหนี้เงินกู้ overstated จากการตัดชำระไม่ถูกต้อง (ตัดต้นก่อนดอก) → ดอกเบี้ยรับ understated A TOC: สอบทานเอกสาร + reconciliation report เอกสารรับเดือนละ 10 ราย + ทุกราย ≥ 100,000
B-3.5 ลูกหนี้เงินกู้ บันทึกไม่ครบ/ไม่ตรงกับเงินสดรับ C, A Substantive: ตรวจใบเสร็จ vs สมุดเงินสด vs บัญชีลูกหนี้ เช่นเดียวกัน

Section 6: การยืนยันยอด ⭐ (สำคัญที่สุด)

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-5 ลูกหนี้เงินกู้ overstated เนื่องจากไม่มีตัวตนจริง (Ghost loans / Related party loans ปลอม) E, R&O Substantive: ขอยืนยันยอดจากสมาชิก (positive/negative) สุ่มลูกหนี้คงเหลือสิ้นปี กลุ่ม 1-10 + ทุกรายที่ยอด ≥ 100,000
B-5 (กรณีไม่ตอบกลับ) E, R&O Alternative: ตรวจการรับชำระภายหลังวันสิ้นปี + ตรวจเอกสารสินเชื่อ + ตรวจหลักฐานการเป็นสมาชิก

📝 ขั้นตอนการขอยืนยันยอดอย่างละเอียด

  1. ตรวจสอบยอดคงเหลือ ณ วันสิ้นปีของลูกหนี้ที่จะสอบทาน vs บัญชีย่อย
  2. จัดส่งหนังสือขอยืนยันยอดเองทางไปรษณีย์ — ห้ามให้สหกรณ์ส่งเอง
  3. ระบุให้ตอบกลับมายังสำนักงานผู้สอบบัญชีโดยตรง (ไม่ใช่สหกรณ์)
  4. กรณีได้รับตอบกลับ:
  5. ตรงกัน → OK
  6. ปฏิเสธหนี้ → จัดทำบันทึกถ้อยคำ + ค้นหาสาเหตุ
  7. มีข้อแตกต่าง → ค้นหาสาเหตุ
  8. กรณีไม่ตอบกลับ (positive only): ใช้ alternative procedures
  9. ตรวจการรับชำระภายหลังวันสิ้นปี
  10. ตรวจเอกสารสินเชื่อ

ความสำคัญของการควบคุม Confirmation Process

ตามระเบียบกตส. — ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้จัดส่งหนังสือยืนยันยอด ไม่ให้สหกรณ์ส่งเอง เพื่อป้องกัน:

  • การปลอมแปลงคำตอบกลับ
  • การ intercept หนังสือก่อนถึงสมาชิก
  • การกดดันสมาชิกให้ตอบตามต้องการ

หนังสือตอบยืนยันยอดต้องเป็นต้นฉบับและส่งให้กตส. ตรวจสอบด้วย


Section 7: การกระทบยอด (Reconciliation)

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-6 ลูกหนี้เงินกู้ overstated/understated จากยอดรายตัว ≠ บัญชีคุม C, A TOC: สอบทานกระบวนการ reconciliation + reports All
B-6 (Substantive) C, A Substantive: ตรวจรายงาน reconciliation รายเดือน + investigate ส่วนต่าง All

Section 8: ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ⭐

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-7 ลูกหนี้สุทธิ overstated จากค่าเผื่อต่ำเกิน (root cause: จัดชั้น NPL ผิด / TDR reset) V&A TOC: สอบทานเอกสารประกอบ + สัมภาษณ์ + walkthrough
B-7 (Substantive) V&A
B-7.1 (1) ตรวจ aging analysis + verify continuity (ไม่ reset) All accounts
B-7.2 (2) ทดสอบการคำนวณค่าเผื่อ ตามอัตราที่ระเบียบกำหนด Recalculate
B-7.3 (3) ทดสอบการบันทึกค่าเผื่อในบัญชีแยกประเภท All movement

เกณฑ์ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ พ.ศ. 2563

เกณฑ์การจัดชั้นและตั้งค่าเผื่อตามระเบียบ:

ชั้น สถานะหนี้ อัตราค่าเผื่อขั้นต่ำ
ปกติ ค้างชำระไม่เกิน 1 งวด 1%
กล่าวถึงเป็นพิเศษ ค้าง 1-3 งวด 2%
ต่ำกว่ามาตรฐาน ค้าง 3-6 งวด 20%
สงสัย ค้าง 6-12 งวด 50%
สงสัยจะสูญ ค้างเกิน 12 งวด 100%

📌 [พี่ตรวจสอบ] อัตราข้างต้นเป็นแนว — ขอพี่ verify อัตราที่แน่นอนตามระเบียบล่าสุด


Section 9: ดอกเบี้ยและค่าปรับ

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-8 ดอกเบี้ยรับ overstated/understated จากการคำนวณผิดอัตรา A TOC: สอบทานระเบียบอัตราดอกเบี้ย + สัมภาษณ์ + ตรวจ master file
B-8 ดอกเบี้ยรับ overstated จากการรับรู้ดอกเบี้ยจาก NPL ที่ควรระงับ A, Cu Substantive: ตรวจ NPL list + verify การระงับรับรู้ตามระเบียบ NPL all accounts
B-8 ดอกเบี้ยค้างรับ overstated จากบันทึกดอกเบี้ย NPL เป็นค้างรับ E, V&A Substantive:
B-8.1 (1) ทดสอบการคำนวณดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศ sample 30-50 ราย
B-8.2 (2) ทดสอบดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันสิ้นปี All amounts ≥ materiality

Section 10: การเปิดเผยข้อมูล

W/P Ref ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion วิธีการตรวจสอบ Sample
B-9 เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบไม่ครบตามระเบียบนายทะเบียนฯ Disclosure (C, C&U) Substantive: ใช้ disclosure checklist ของกตส.
B-9 เปิดเผยลูกหนี้ของกรรมการ/ผู้บริหาร (related party) ไม่ครบ Disclosure (O&R) Substantive: ตรวจสอบรายชื่อกรรมการ/ผู้บริหาร เทียบกับฐานข้อมูลลูกหนี้ All กรรมการ + ผู้บริหาร
B-9 แสดงรายการ aging/NPL/การจัดชั้น ไม่ถูกต้อง Disclosure (A&V) Substantive: เทียบกับ aging report จริง + verify การคำนวณ NPL ratio All disclosure

🔄 การปรับเปลี่ยนแนวการสอบบัญชี

ตามคู่มือกตส. — เมื่อพบสถานการณ์ระหว่างปฏิบัติงานที่ทำให้แนวเดิมไม่เพียงพอ ผู้สอบบัญชี:

  1. ทบทวนแนว + ปรับให้เหมาะสม
  2. บันทึกเหตุผลการปรับ ในช่อง "หมายเหตุ"
  3. ไม่ต้องแก้แผน Overall (5.4) — แค่ปรับ Audit Program

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ต้องปรับ

สถานการณ์ การปรับ
TOC พบว่า IC ไม่ทำงานจริง เพิ่ม Substantive
Sample เดิมพบ misstatement สูงเกินคาด ขยาย sample size
ลูกหนี้รายใหญ่ไม่ตอบยืนยันยอด เพิ่ม alternative procedures
สหกรณ์มีรายการใหม่ที่ไม่อยู่ในแผนเดิม ประเมินความเสี่ยง + เพิ่มแนวการสอบ

🛠️ Tick Marks ที่นิยมใช้

ตอนทำกระดาษทำการ ใช้ tick marks เพื่อความรวดเร็ว:

สัญลักษณ์ ความหมาย
^ ทดสอบการคำนวณแนวดิ่ง (Footing)
> ทดสอบการคำนวณแนวนอน (Cross-Cast)
ƒ ตรงกับยอดคงเหลือทางบัญชี
¥ ตรงกับงบการเงิน (B/S Agreed)
ʗ ทดสอบการคำนวณดอกเบี้ย
@ ตรวจสอบยอดยกมากับงบการเงินปีก่อน
ตรงกับเอกสารอ้างอิง / W/P ประกอบ
ตรวจสอบแล้ว ไม่มีข้อสังเกต
N/A ไม่เกี่ยวข้องกับงวดบัญชีนี้

✅ Checklist การจัดทำแนวการสอบบัญชี

ก่อนเข้าตรวจระหว่างปี / ประจำปี ผู้สอบบัญชีต้อง confirm ว่าได้:

  • [ ] รับ Risk Assessment (5.3) + Overall Plan (5.4) ที่ลงนามแล้ว
  • [ ] จัดทำแนวการสอบบัญชีครบทุกเรื่องในงบ (มีสาระสำคัญ)
  • [ ] ระบุวัตถุประสงค์การตรวจสอบเชื่อมกับ assertion 6 ข้อ
  • [ ] ใส่ปัจจัยเสี่ยงที่มาจาก Risk Summary (5.4)
  • [ ] กำหนดวิธีตรวจสอบครบทั้ง TOC + Substantive ให้เหมาะสม
  • [ ] ระบุ sample size + วิธี selection ชัดเจน
  • [ ] กำหนด W/P reference ครบ
  • [ ] กำหนดผู้ตรวจ + ช่วงเวลา (ระหว่างปี / ประจำปี)
  • [ ] สำหรับลูกหนี้/เจ้าหนี้/เงินฝาก — ต้องมี confirmation procedure
  • [ ] สำหรับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ — ต้องทดสอบการคำนวณ
  • [ ] สำหรับเงินสด — ต้องตรวจนับ ณ วันสิ้นปี
  • [ ] เก็บแนวการสอบบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของกระดาษทำการ

🎯 ข้อสังเกตจากดุลพินิจมืออาชีพ

จากประสบการณ์ตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์:

  1. อย่าใช้แนวสำเร็จรูปโดยไม่ปรับ — แนวของกตส. เป็น "template" — ต้องปรับ sample size + วิธีตรวจตามขนาดและความซับซ้อนของสหกรณ์รายนั้น

  2. Confirmation มี diminishing returns — ส่งหนังสือ 200 ฉบับอาจไม่ดีกว่าส่ง 100 ฉบับที่เลือกอย่างสุ่ม + ทุกยอดใหญ่ ใช้ stratification ช่วย

  3. Subsequent Receipts Test — สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีลูกหนี้สมาชิกจำนวนมาก การตรวจการรับชำระภายหลังวันสิ้นปี (เดือน ม.ค.-ก.พ. ของปีถัดไป) เป็น alternative procedure ที่ดีที่สุด ของการ confirmation

  4. NPL Aging ต้องเชื่อ — แต่ต้อง verify — ลูกหนี้ในระบบบัญชีของสหกรณ์อาจ "reset" ชั้นโดยการแปลงหนี้ → ต้องทดสอบ continuity ของ aging

  5. ดอกเบี้ยรับ Substantive ด้วย Recalculation Test — ใช้ analytical (ดอกเบี้ยรับ ÷ ลูกหนี้เฉลี่ย) เป็น preliminary แล้วใช้ recalculation บน sample เพื่อยืนยัน

  6. CAATs (Computer Assisted Audit Techniques) — สำหรับสหกรณ์ใหญ่ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชี การใช้ CATs ของกตส. หรือ ACL/IDEA จะเร็วกว่า manual sampling มาก

  7. Trace แทน Vouch ก็สำคัญ — vouch (จากบัญชี → เอกสาร) ทดสอบ Existence แต่ trace (จากเอกสาร → บัญชี) ทดสอบ Completeness — อย่าทำแค่อย่างเดียว


⬅️ ก่อนหน้า: 📋 แผนการสอบบัญชีโดยรวม
➡️ ถัดไป: 📁 กระดาษทำการ

ดู section อื่น:


แหล่งอ้างอิง

  • เอกสาร #14: คู่มือ เรื่อง การจัดทำแนวการสอบบัญชี (กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ธันวาคม 2560)
  • เอกสาร #16: แนวปฏิบัติ เรื่อง ระบบการสอบบัญชีสหกรณ์ฯ (ระบบ 5.4 — ปฏิบัติงาน)
  • TSA 200 — วัตถุประสงค์โดยรวมของผู้สอบบัญชี
  • TSA 230 — เอกสารหลักฐานการสอบบัญชี (Audit Documentation)
  • TSA 240 — ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการพิจารณาการทุจริต
  • TSA 315 (ปรับปรุง) — การระบุและประเมินความเสี่ยง
  • TSA 330 — วิธีปฏิบัติของผู้สอบบัญชีในการตอบสนองต่อความเสี่ยง
  • TSA 500 — หลักฐานการสอบบัญชี
  • TSA 501 — หลักฐานการสอบบัญชีเฉพาะเรื่อง (สินค้าคงเหลือ ฯลฯ)
  • TSA 505 — การยืนยันยอดจากบุคคลภายนอก
  • TSA 520 — การวิเคราะห์เปรียบเทียบ
  • TSA 530 — การเลือกตัวอย่างในการสอบบัญชี
  • TSA 540 — การตรวจสอบประมาณการทางบัญชี (ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ)
  • TSA 560 — เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน
  • ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการจัดชั้นคุณภาพลูกหนี้และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ พ.ศ. 2563