ข้ามไปที่เนื้อหา

5.3 การประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชี

สาระสำคัญของหน้านี้

การประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชี เป็น ขั้นตอนแรก ของการวางแผน (ระบบ 5.3 ของกตส.) ซึ่งจะกำหนดว่า "งานสอบบัญชีต่อไปจะตรวจอะไร อย่างไร และมากแค่ไหน"

กรอบหลักที่ผู้สอบบัญชีต้องใช้:

  • TSA 315 (ปรับปรุง) — ระบุและประเมินความเสี่ยง
  • TSA 320 — ความมีสาระสำคัญในการวางแผน
  • TSA 330 — การตอบสนองต่อความเสี่ยงที่ประเมินไว้
  • คู่มือกตส. ปี 2560 — การประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชีสหกรณ์ (5 ขั้นตอน + สูตรคำนวณ + 3 ระดับสี)

เอาต์พุตของหน้านี้: "รายงานสรุปผลการประเมินความเสี่ยง" ที่จะใช้เป็น input สำหรับการ กำหนดแผนการสอบบัญชีโดยรวม (หน้าถัดไป)


🎯 ทำไมต้องประเมินความเสี่ยงก่อนวางแผน

ลองนึกภาพว่าพี่ต้องตรวจสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีลูกหนี้เงินกู้ 5,000 ล้านบาท กับสหกรณ์ร้านค้าที่มีลูกหนี้การค้า 5 ล้านบาท — ใช้แนวการสอบเดียวกันได้ไหม? ❌ ไม่ได้ครับ

การประเมินความเสี่ยงคือกระบวนการที่ทำให้ผู้สอบบัญชี:

ประโยชน์ คำอธิบาย
โฟกัสถูกจุด รู้ว่ารายการบัญชีไหนเสี่ยงมาก ต้องตรวจหนัก / รายการไหนเสี่ยงน้อย ตรวจเบาได้
ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า เวลา + คน + งบ จัดสรรไปยังจุดที่มีโอกาสเกิด material misstatement สูงสุด
ลดความเสี่ยง audit risk ปรับวิธีตรวจให้ความเสี่ยงรวม (Audit Risk) อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
มีหลักฐานสนับสนุนแผน ตอบ peer review / EQR ได้ว่า "ทำไมถึงเลือกตรวจแบบนี้"

หลักคิดสำคัญ

การประเมินความเสี่ยงไม่ใช่แค่ "ทำเพื่อส่ง form" — แต่เป็น เครื่องมือคิดเชิงวิชาชีพ ที่ช่วยให้ผู้สอบบัญชีเข้าใจสหกรณ์รายนี้อย่างลึก ก่อนจะลงมือตรวจ


⭐ กรอบสำคัญที่สุด: Financial Reporting Risk vs Operational Risk

ก่อนอื่น ผู้สอบบัญชีต้องเข้าใจว่า "ปัจจัยเสี่ยง" ในการสอบบัญชี ≠ "ความเสี่ยงในการดำเนินงาน"

🔍 ตัวอย่างเปรียบเทียบ

มุมมอง Operational (กรรมการสหกรณ์ใช้) มุมมอง Financial Reporting (ผู้สอบบัญชีใช้)
"เจ้าหน้าที่คนเดียวทำหลายหน้าที่" ลูกหนี้เงินกู้ overstated เนื่องจาก ghost loans (E) — สาเหตุย่อย: ไม่มี segregation of duties
"ไม่ตรวจสอบหลักทรัพย์ค้ำประกัน" ลูกหนี้สุทธิ overstated เนื่องจากค่าเผื่อต่ำเกิน (V&A) — สาเหตุย่อย: หลักประกันประเมินสูงเกิน
"ไม่ตรวจนับเงินสด" เงินสด overstated เนื่องจากยักยอก (E) — สาเหตุย่อย: ไม่มี physical control

💡 ทำไมต้องใช้ Financial Reporting Risk

ตาม TSA 315 ย่อหน้า 25 — ผู้สอบบัญชีต้องระบุ "ความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ" ในระดับ:

  1. งบการเงินโดยรวม (Financial statement level)
  2. Assertion level ของแต่ละบัญชี/รายการ

นั่นคือ — ผู้สอบบัญชีต้องคิดในมุม "งบการเงินจะแสดงข้อมูลผิดอย่างไร" ไม่ใช่แค่ "สหกรณ์ทำงานอย่างไร"

หลักคิดที่ถูกต้อง — Risk Factor ที่ดีต้องมี 4 องค์ประกอบ

เมื่อเขียน Risk Factor ที่อยู่ในกระดาษทำการ ต้องระบุ:

  1. บัญชี/รายการที่กระทบ (Account) — เช่น "ลูกหนี้เงินกู้"
  2. ทิศทางการบิดเบือน (Direction) — overstated หรือ understated
  3. Assertion ที่กระทบ — E, C, A, Cu, Cl, R&O, V&A, Disclosure
  4. Root cause / สาเหตุย่อย — operational deficiency ที่ทำให้เกิด

ตัวอย่างที่ดี: "ลูกหนี้เงินกู้ overstated เนื่องจากมี ghost loans (E) — สาเหตุ: เจ้าหน้าที่คนเดียวอนุมัติ+จ่ายเงิน+บันทึก"

หมายเหตุเกี่ยวกับคู่มือ กตส.

คู่มือการประเมินความเสี่ยงของ กตส. ปี 2560 ใช้ตัวอย่าง risk factor ในเชิง operational เป็นหลัก (เช่น "เจ้าหน้าที่คนเดียวทำหลายหน้าที่") ซึ่งเป็น "root cause" ของ financial risk

ในคู่มือฉบับนี้ เราจะปรับให้ใช้ Financial Reporting Risk framework ตาม TSA 315 อย่างเคร่งครัด — โดยเก็บ operational issue เป็น "สาเหตุย่อย" ในคอลัมน์แยก


📐 สมการพื้นฐาน — Audit Risk Model

ตาม TSA 200 ความเสี่ยงในการสอบบัญชี (Audit Risk) ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ:

                    Audit Risk = IR × CR × DR
                                  │    │    │
                                  │    │    └── Detection Risk (ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ)
                                  │    │           — ผู้สอบบัญชี "ควบคุม" ได้ ผ่านวิธีตรวจ
                                  │    │
                                  │    └── Control Risk (ความเสี่ยงจากการควบคุม)
                                  │           — ระบบควบคุมภายในของสหกรณ์
                                  │
                                  └── Inherent Risk (ความเสี่ยงสืบเนื่อง)
                                         — ลักษณะของธุรกิจ/รายการเอง

RMM (Risk of Material Misstatement) = IR × CR — เป็นความเสี่ยง "ฝั่งสหกรณ์" ที่ผู้สอบบัญชีควบคุมไม่ได้ มีหน้าที่แค่ ประเมิน เพื่อปรับ DR ให้เหมาะสม

ถ้า RMM สูง → ต้องลด DR ให้ต่ำ → ตรวจหนัก (ขยาย sample, ตรวจเนื้อหาสาระมาก)
ถ้า RMM ต่ำ → DR ยอมสูงได้ → ตรวจน้อยลง (ใช้ analytical procedures + ทดสอบ control)

🔢 5 ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง (ตามคู่มือ กตส.)

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด 5 ขั้นตอน ที่ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน:

┌─────────────────────────────────────────────────────────────┐
│  ขั้นตอน 1: ทำความเข้าใจสหกรณ์และสภาพแวดล้อม                  │
│           ↓                                                  │
│  ขั้นตอน 2: ทำความเข้าใจการควบคุมภายในของสหกรณ์               │
│           ↓                                                  │
│  ขั้นตอน 3: ระบุปัจจัยเสี่ยง (Financial Reporting Risks)     │
│           ↓                                                  │
│  ขั้นตอน 4: วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง (Inherent Risk)            │
│           ↓                                                  │
│  ขั้นตอน 5: ประมาณความมีนัยสำคัญ (Residual Risk)             │
│           ↓                                                  │
│        ผลลัพธ์: รายงานสรุปผลการประเมินความเสี่ยง             │
└─────────────────────────────────────────────────────────────┘

ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจสหกรณ์และสภาพแวดล้อม

ผู้สอบบัญชีต้องได้มาซึ่งความเข้าใจใน 5 องค์ประกอบ:

องค์ประกอบ สิ่งที่ต้องดู
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ กฎหมาย/ระเบียบ, สภาพการแข่งขัน, สภาพเศรษฐกิจ, อัตราดอกเบี้ย, นโยบายรัฐ
ลักษณะของสหกรณ์ ประเภทธุรกิจ (ออมทรัพย์/การเกษตร/ร้านค้า), ขนาด, โครงสร้าง, แหล่งรายได้, แหล่งเงินทุน
การเลือกและใช้นโยบายบัญชี สอดคล้องกับระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์? มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือไม่?
วัตถุประสงค์ + กลยุทธ์ แผนงานที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ, แรงกดดันต่อ ผจก./คณะกรรมการ
การวัด+ทบทวนผลการดำเนินงาน KPI/อัตราส่วนที่สหกรณ์ใช้, แรงจูงใจที่อาจกระตุ้น bias

🛠️ เครื่องมือสำคัญ: การวิเคราะห์โครงสร้างเงินทุน + Scan ธุรกรรมเชิงลึก

ตามคู่มือกตส. ผู้สอบบัญชีต้องจัดทำ 2 เอกสาร เก็บใน working papers:

  1. การวิเคราะห์โครงสร้างเงินทุน — ดูแหล่งที่มา/ใช้ไปของเงิน หา item ที่มีนัยสำคัญ/มีความเสี่ยง
  2. Scan ธุรกรรมเชิงลึก — วิเคราะห์ทุกธุรกิจ: โครงสร้างองค์กร + อำนาจ + ระเบียบ + การควบคุมภายใน + ระบบบัญชี

ตัวอย่าง: สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด

เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างเงินทุนพบว่า:

  • ลูกหนี้เงินกู้ = 70-90% ของสินทรัพย์ → high materiality + high inherent risk → ต้อง scan ธุรกรรมเชิงลึก
  • เงินรับฝากสมาชิก = 50%+ ของหนี้สิน+ทุน → ต้องตรวจเรื่อง completeness + การคำนวณดอกเบี้ย
  • ทุนเรือนหุ้น เปลี่ยนแปลงตามจำนวนสมาชิก → เสี่ยงเรื่องการบันทึกและสิทธิ์

ขั้นตอนที่ 2: ทำความเข้าใจการควบคุมภายในของสหกรณ์

ตาม COSO Framework (และ TSA 315) การควบคุมภายในมี 5 องค์ประกอบ — ผู้สอบบัญชีต้องเข้าใจทั้งหมด:

องค์ประกอบ สิ่งที่ต้องประเมิน
Control Environment วัฒนธรรม, จริยธรรม, ความซื่อสัตย์ของกรรมการ/เจ้าหน้าที่
Risk Assessment Process สหกรณ์มีกระบวนการประเมินความเสี่ยงของตัวเองหรือไม่?
Information & Communication ระบบบัญชี (โปรแกรม), การรายงานทางการเงิน
Control Activities การอนุมัติ, การแบ่งแยกหน้าที่, การกระทบยอด
Monitoring การติดตามผลของระบบควบคุม, ผู้ตรวจสอบกิจการ

วิธีประเมินที่ TSA 315 ห้าม

การสอบถามเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ — ต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย:

  • การสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
  • การตรวจสอบเอกสารและรายงาน
  • การติดตาม transaction ผ่านระบบ (walkthrough test)

ขั้นตอนที่ 3: ระบุปัจจัยเสี่ยง (Financial Reporting Risks) ⭐

นี่คือ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด — ต้องระบุปัจจัยเสี่ยงในเชิง financial reporting risk ตาม TSA 315 ไม่ใช่ operational deficiency

🎯 Template ที่ถูกต้องสำหรับเขียน Risk Factor

[บัญชี/รายการ] [overstated/understated] เนื่องจาก [เหตุผลทางบัญชี] [(Assertion)]

สาเหตุย่อย (Root Cause): [Operational deficiency]

📋 ตัวอย่าง: Risk Factors ของลูกหนี้เงินกู้ (สหกรณ์ออมทรัพย์)

# ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion สาเหตุย่อย (Operational)
1 ลูกหนี้เงินกู้ overstated เนื่องจากมี ghost loans / ลูกหนี้ไม่มีตัวตนจริง E เจ้าหน้าที่คนเดียวอนุมัติ+ทำสัญญา+จ่ายเงิน
2 ลูกหนี้เงินกู้ understated เนื่องจากบันทึกเงินกู้ไม่ครบถ้วน C เงินกู้ใกล้สิ้นปียังไม่บันทึก / cutoff ผิด
3 ลูกหนี้เงินกู้สุทธิ overstated เนื่องจากค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่ำเกินไป V&A จัดชั้น NPL ผิด, TDR reset, หลักประกันประเมินสูงเกิน
4 ดอกเบี้ยรับเงินกู้ overstated เนื่องจากรับรู้ดอกเบี้ยจาก NPL ที่ต้องระงับ A ไม่ระงับรับรู้ดอกเบี้ย NPL ตามระเบียบ
5 ลูกหนี้เงินกู้ จัดประเภทผิด ระหว่างหมุนเวียน/ไม่หมุนเวียน Cl ไม่แยกตามอายุครบกำหนด
6 สหกรณ์ ไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ในลูกหนี้บางราย R&O สัญญาเงินกู้ไม่สมบูรณ์ / ไม่มีลายเซ็น
7 เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบไม่เพียงพอ Disclosure ไม่แสดง aging, NPL ratio, การจัดชั้น

📋 ตัวอย่าง: Risk Factors ของเงินรับฝากสมาชิก

# ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion สาเหตุย่อย
1 เงินรับฝาก understated เนื่องจากบันทึกไม่ครบ C เงินที่สมาชิกฝากแต่ระบบไม่บันทึก / cutoff ผิด
2 ดอกเบี้ยจ่ายเงินรับฝาก understated A, C คำนวณดอกเบี้ยผิด / อัตราในโปรแกรมไม่ตรงประกาศ
3 เงินรับฝากบันทึก ผิดงวด ใกล้วันสิ้นปี Cu ไม่มี cutoff procedures
4 เปิดเผยข้อมูลประเภทเงินรับฝาก/ดอกเบี้ยจ่าย ไม่ครบ Disclosure ไม่แยกประเภท ออมทรัพย์/ประจำ/ฝากกระแส

📋 ตัวอย่าง: Risk Factors ของเงินสดและเงินฝากธนาคาร

# ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion สาเหตุย่อย
1 เงินสด overstated เนื่องจากยักยอกแต่ไม่ได้ลด balance E ไม่มี surprise count / ผู้ดูแลคนเดียว
2 เงินฝากธนาคาร overstated เนื่องจากเช็คที่ออกแล้วยังไม่ได้บันทึก E, Cu ไม่ทำ bank reconciliation
3 เงินฝากธนาคาร understated เนื่องจากเงินที่โอนเข้าแล้วยังไม่บันทึก C ไม่ทำ bank reconciliation

📋 ตัวอย่าง: Risk Factors ของทุนเรือนหุ้น

# ปัจจัยเสี่ยง (Financial Risk) Assertion สาเหตุย่อย
1 ทุนเรือนหุ้น overstated เนื่องจากมีหุ้นของสมาชิกที่ลาออกแล้วยังไม่ตัด E ไม่ติดตามสถานะสมาชิก
2 ทุนเรือนหุ้น understated จากการหักหุ้นที่ไม่ตรงตามระเบียบ C, A บันทึกการขายหุ้นผิด

เคล็ดลับ: Two-Direction Analysis

สำหรับทุก material account — ผู้สอบบัญชีต้องคิดว่า "จะ overstated ได้อย่างไร?" และ "จะ understated ได้อย่างไร?" เสมอ

เช่น ลูกหนี้เงินกู้:

  • Over → ghost loans (E), ค่าเผื่อต่ำ (V&A), รับรู้ดอกเบี้ย NPL ผิด (A)
  • Under → cutoff ผิด (C), ตัดหนี้สูญที่ยังเก็บได้ (C)

ขั้นตอนที่ 4: วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง — คำนวณ Inherent Risk

หลังระบุแล้ว → คำนวณคะแนนความเสี่ยงสืบเนื่อง โดย ยังไม่นำระบบควบคุมภายในมาคิด

🧮 สูตรคำนวณ (ตามคู่มือกตส.)

$$\text{Inherent Risk} = \frac{\text{Impact} + \text{Likelihood}}{2}$$

Impact (ผลกระทบ) — 3 ระดับ:

ระดับ คะแนน ความหมาย
Low 1 ผลกระทบต่องบการเงินน้อย
Medium 2 ผลกระทบปานกลาง
High 3 ผลกระทบสูง — กระทบ material

Likelihood (โอกาสเกิด) — 4 ระดับ:

ระดับ คะแนน ความหมาย
Unlikely 1 ไม่น่าจะเกิด
Possible 2 เป็นไปได้
Probable 3 น่าจะเกิด
Virtually 4 เกิดขึ้นแน่ๆ

🎨 3 ระดับสี (Risk Heatmap)

ช่วงคะแนน ระดับ สี
0 - 1.50 ต่ำ 🟢 เขียว
1.51 - 2.10 ปานกลาง 🟡 เหลือง
2.11 - 3.50 สูง 🔴 แดง

📊 ตัวอย่างการคำนวณ

จากปัจจัยเสี่ยงข้อ 3 ของลูกหนี้เงินกู้: "ลูกหนี้เงินกู้สุทธิ overstated เนื่องจากค่าเผื่อต่ำเกินไป (V&A)"

  • Impact = 3 (สูง — กระทบมูลค่าลูกหนี้สุทธิและกำไรสุทธิ)
  • Likelihood = 2 (เป็นไปได้ เพราะใช้ดุลพินิจในการประมาณการ)
  • Inherent Risk = (3 + 2) ÷ 2 = 2.5 → 🔴 สูง

ขั้นตอนที่ 5: ประมาณ Residual Risk (ความเสี่ยงที่เหลืออยู่)

ขั้นนี้คือการ นำระบบควบคุมภายในมาพิจารณา — ดูว่าสหกรณ์มีกิจกรรมควบคุมที่ลด Inherent Risk ได้หรือไม่ แล้วประเมินใหม่

🔄 วิธีคิด

Inherent Risk (ก่อนพิจารณา IC)  ─────►  ดูระบบควบคุมภายใน  ─────►  Residual Risk (หลังพิจารณา IC)
                                                                   │
                                                                   ├─ ถ้า IC ดี → Residual ลดลง
                                                                   ├─ ถ้า IC ปานกลาง → ลดบางส่วน
                                                                   └─ ถ้าไม่มี IC → Residual = Inherent

📊 ตัวอย่างต่อจากข้างบน

ปัจจัยเสี่ยงข้อ 3: "ลูกหนี้สุทธิ overstated เนื่องจากค่าเผื่อต่ำเกิน (V&A)"

Impact Likelihood Risk
Inherent (ก่อน IC) 3 2 2.5 🔴
กิจกรรมควบคุมที่พบ สหกรณ์มีระบบจัดชั้นอัตโนมัติ + สอบทานโดยฝ่ายบัญชีรายเดือน
Residual (หลัง IC) 3 1 2.0 🟡

→ ลดลงจากระดับ สูง เป็น ปานกลาง


📊 Sign of Assertion — สิ่งที่กรรมการรับรองไว้ (3 กลุ่ม)

ตาม TSA 315 ผู้สอบบัญชีต้องเชื่อมโยงปัจจัยเสี่ยงกับ assertion ที่กรรมการดำเนินการสหกรณ์ได้ให้การรับรองไว้ในงบการเงิน:

กลุ่มที่ 1: Class of Transaction (ประเภทรายการสำหรับงวด)

ตัวย่อ Assertion คำอธิบาย
O Occurrence รายการเกิดขึ้นจริงและเกี่ยวข้องกับสหกรณ์
C Completeness บันทึกครบทุกรายการที่ควรบันทึก
A Accuracy บันทึกจำนวนเงินถูกต้อง
Cu Cutoff บันทึกในงวดที่ถูกต้อง
Cl Classification จัดประเภทถูกต้อง

กลุ่มที่ 2: Account Balance (ยอดคงเหลือ ณ วันสิ้นงวด)

ตัวย่อ Assertion คำอธิบาย
E Existence สินทรัพย์/หนี้สิน/ทุน มีอยู่จริง
R&O Rights & Obligations สหกรณ์ถือสิทธิ์/มีหนี้ที่ผูกพันจริง
C Completeness ยอดคงเหลือทั้งหมดถูกบันทึก
V&A Valuation & Allocation แสดงมูลค่าเหมาะสม

กลุ่มที่ 3: Disclosure & Presentation (การแสดงรายการ)

ตัวย่อ Assertion
O&R Occurrence + Rights & Obligations
C Completeness
C&U Classification & Understandability
A&V Accuracy & Valuation

📋 รายงานสรุปผลการประเมินความเสี่ยง (เอาต์พุตหลัก)

หลังประเมินครบทุกธุรกิจของสหกรณ์ → จัดทำรายงานสรุปเก็บใน working papers

ตัวอย่าง: รายงานสรุปผลการประเมินความเสี่ยง — สหกรณ์ออมทรัพย์ตัวอย่าง จำกัด

# ปัจจัยเสี่ยง (Financial Reporting Risk) Assertion Inherent กิจกรรมควบคุม Residual ระดับ
1 ลูกหนี้เงินกู้ overstated จาก ghost loans E 3.0 แบ่งแยกหน้าที่ + รายงานการประชุม กก. 2.0 🟡 ปานกลาง
2 ลูกหนี้เงินกู้ understated (cutoff) C, Cu 1.5 ไม่มี 1.5 🟢 ต่ำ
3 ลูกหนี้สุทธิ overstated จากค่าเผื่อต่ำ V&A 2.5 จัดชั้นอัตโนมัติ + สอบทานรายเดือน 2.0 🟡 ปานกลาง
4 ดอกเบี้ยรับ overstated (NPL accrual) A 2.5 ระงับรับรู้อัตโนมัติในระบบ 1.5 🟢 ต่ำ
5 ลูกหนี้จัดประเภทผิด (current/non-current) Cl 2.0 ไม่มี 2.0 🟡 ปานกลาง
6 สิทธิ์ตามกฎหมายในลูกหนี้ไม่ครบ R&O 2.0 ตรวจสอบสัญญาก่อนปล่อยกู้ 1.5 🟢 ต่ำ
7 Disclosure ไม่ครบตามระเบียบ Disclosure 2.0 ใช้ template กตส. 1.5 🟢 ต่ำ
เฉลี่ยรวม (ลูกหนี้เงินกู้) 1.71 🟡 ปานกลาง

📐 สูตรคำนวณยอดรวมต่อบัญชี

$$\text{Avg Residual Risk} = \frac{\sum \text{Residual ทุกปัจจัย}}{\text{จำนวนปัจจัยเสี่ยง}}$$


🎯 การใช้ผลประเมิน — ตอบสนองตามระดับความเสี่ยง (TSA 330)

ตามคู่มือกตส. + TSA 330 ผู้สอบบัญชีจะกำหนด วิธีตรวจสอบ ให้สอดคล้องกับระดับ Residual Risk:

ระดับ กลยุทธ์การตรวจ วิธีหลัก
🟢 ต่ำ เชื่อ IC → ลดเนื้อหาสาระ Test of Controls + Analytical Procedures
🟡 ปานกลาง ผสม TOC (เพื่อยืนยัน IC) + Substantive Procedures บางส่วน
🔴 สูง ไม่เชื่อ IC → เน้นเนื้อหา Substantive Procedures หนัก ณ วันสิ้นปี + อาจร่วม TOC

อย่าลืม! กรณีที่ต้องเปลี่ยนแผนกลางคัน

หากระหว่างปฏิบัติงานพบ:

  • หลักฐานแย้งกับการประเมินเดิม
  • การควบคุมภายในไม่มีประสิทธิผลจริง
  • misstatement มากกว่าที่คาด

ต้องปรับการประเมินความเสี่ยงและแผนการสอบบัญชี ให้สอดคล้อง (TSA 315 ย่อหน้า 31)


💰 ความมีสาระสำคัญ (Materiality) — TSA 320

ความเสี่ยงต้องประเมินคู่กับ ความมีสาระสำคัญ เพื่อกำหนดว่า "อะไรเรียกว่าผิดพลาดมาก"

3 ระดับของ Materiality

ระดับ ใช้ทำอะไร แนวทางคำนวณ (rule of thumb)
Overall Materiality กำหนดที่ระดับงบการเงิน 0.5-1% ของสินทรัพย์รวม / 5% ของกำไรสุทธิ
Performance Materiality ลดลงเพื่อ buffer (ใช้วางแผน sample) 50-75% ของ Overall
Specific (Lower) Materiality สำหรับรายการที่อ่อนไหวเฉพาะ กำหนดเฉพาะ เช่น เงินรับฝาก

Benchmark สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์

สหกรณ์ออมทรัพย์ — แนะนำใช้ สินทรัพย์รวม หรือ เงินรับฝาก เป็น benchmark (ไม่ใช้กำไร เพราะกำไรมีความผันผวนสูง และสหกรณ์ไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไรสูงสุด)

Specific Materiality สำหรับ:

  • เงินรับฝากสมาชิก — ต่ำมาก (ความเสียหายต่อความเชื่อมั่นสมาชิก)
  • ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ — ต่ำมาก (กระทบกำไรสุทธิและการจัดสรร)

⚠️ การประเมินความเสี่ยงจากการทุจริต (TSA 240)

นอกจาก inherent + control risk แบบทั่วไป TSA 240 บังคับให้ผู้สอบบัญชีพิจารณา ความเสี่ยงจากการทุจริต เป็นพิเศษ ซึ่งสำคัญมากในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีเงินสด/เงินรับฝากจำนวนมาก

Fraud Triangle — 3 ปัจจัยที่ต้องประเมิน

              ┌──────────────────┐
              │   Pressure       │
              │  (แรงกดดัน)        │
              └────────┬─────────┘
                       │
                  ┌────┴────┐
                  │  FRAUD  │
                  └────┬────┘
                       │
       ┌───────────────┼───────────────┐
       │                               │
┌──────────────┐                ┌──────────────┐
│ Opportunity  │                │ Rationalization│
│  (โอกาส)      │                │ (การให้เหตุผล) │
└──────────────┘                └──────────────┘

Fraud Risks ที่พบบ่อยในสหกรณ์ออมทรัพย์

แต่ละ fraud risk ควรเขียนในเชิง financial impact ด้วย:

Fraud Risk Financial Impact + Assertion
Ghost Loans ลูกหนี้เงินกู้ overstated (E) — ลูกหนี้ไม่มีตัวตนจริง
Related Party Loans ลูกหนี้เงินกู้ classification ผิด (Cl, Disclosure) — ไม่เปิดเผยเป็น related party
Manipulated Allowance ลูกหนี้สุทธิ overstated (V&A) + กำไรสุทธิ overstated
Hidden NPL via TDR ลูกหนี้สุทธิ overstated (V&A) — ค่าเผื่อต่ำเกินจาก reset ชั้น
Round-tripping ลูกหนี้สุทธิ overstated (V&A, E) — บัญชีเทียมว่าได้ชำระ
เงินสดยักยอก เงินสด overstated (E) — balance ไม่ตรงกับของจริง

กรณีพบทุจริต ต้องรายงานทันที

ตาม มาตรา 22 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 + ระเบียบสอบบัญชี 2562 — เมื่อพบทุจริต ผู้สอบบัญชี:

  1. เข้าตรวจสอบโดยพลัน ที่ทราบ
  2. รายงานข้อสังเกตเป็นหนังสือถึง ประธานกรรมการสหกรณ์
  3. แจ้ง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ทราบทันที (สำนักงานในพื้นที่ / กองกำกับการสอบบัญชีฯ)

✅ Checklist การประเมินความเสี่ยง

ก่อนปิดขั้นตอนนี้และไปทำแผนการสอบบัญชีโดยรวม ผู้สอบบัญชีต้อง confirm ว่าได้ทำสิ่งต่อไปนี้ครบ:

  • [ ] วิเคราะห์โครงสร้างเงินทุนของสหกรณ์ + จัดทำกระดาษทำการ
  • [ ] Scan ธุรกรรมเชิงลึกทุกธุรกิจของสหกรณ์ + จัดทำกระดาษทำการ
  • [ ] ทำความเข้าใจระบบควบคุมภายใน (5 องค์ประกอบ) — ใช้วิธีอื่นนอกเหนือจากสอบถาม
  • [ ] ระบุปัจจัยเสี่ยงในเชิง Financial Reporting Risk (ไม่ใช่แค่ operational deficiency)
  • [ ] คิด Two-Direction Analysis — ทุก material account ดูทั้ง overstated และ understated
  • [ ] เชื่อมโยงปัจจัยเสี่ยงกับ assertions (E, C, A, Cu, Cl, R&O, V&A, Disclosure)
  • [ ] ระบุ root cause / operational deficiency เป็นคอลัมน์แยก
  • [ ] คำนวณ Inherent Risk + Residual Risk + ใส่สี
  • [ ] กำหนด Materiality (Overall + Performance + Specific)
  • [ ] พิจารณาความเสี่ยงจากการทุจริต (TSA 240) ในเชิง financial impact
  • [ ] ระบุ "Significant Risks" ที่ต้องตรวจเป็นพิเศษ
  • [ ] จัดทำรายงานสรุปผลประเมินความเสี่ยง + ลงนาม
  • [ ] เก็บเอกสารทั้งหมดในกระดาษทำการ (ก่อนเข้าตรวจระหว่างปี)

🎯 ข้อสังเกตจากดุลพินิจมืออาชีพ

จากประสบการณ์ตรวจสอบสหกรณ์ ขอเน้นจุดสำคัญ:

  1. คู่มือกตส. ปี 2560 ใช้ตัวอย่างเป็น operational — เช่น "เจ้าหน้าที่คนเดียวทำหลายหน้าที่" ซึ่งจริงๆ เป็น root cause ของ financial risk หลายตัว (ghost loans → E, manipulated reports → V&A) ผู้สอบบัญชีต้อง translate ให้เป็น financial risk ที่ผูกกับ assertion

  2. Significant Risk ต้องตรวจเป็นพิเศษ — ตาม TSA 315 ย่อหน้า 27 ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ (ก) การทุจริต (ข) การประมาณการที่ใช้ดุลพินิจสูง (ค) related party transactions (ง) รายการไม่ปกติ → ต้องไม่ใช้แค่ analytical procedures ต้องมี substantive procedures เฉพาะ

  3. Risk-based Sampling — ขนาด sample ที่ tested ในแต่ละบัญชี ควรผันแปรตามระดับความเสี่ยงที่ประเมิน ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกันหมด

  4. Significant Risks ในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ต้องระวัง:

    • ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (V&A) — ใช้ดุลพินิจสูง
    • การจัดชั้น NPL/TDR (V&A) — มีการ override บ่อย
    • ดอกเบี้ยค้างรับ (E, V&A) — มี cutoff issues
    • Related party transactions ของกรรมการ — Disclosure
  5. อย่าทำเป็นพิธีกรรม — การประเมินความเสี่ยงเป็น iterative process ไม่ใช่ checkbox ทำครั้งเดียวจบ ตลอดการตรวจสอบควรกลับมา revisit เสมอ

  6. Documentation สำคัญสุด — ตาม TSA 230 ทุกการตัดสินใจในการประเมินต้องมี rationale เป็นเอกสาร เพื่อรองรับ EQR และ peer review


⬅️ ก่อนหน้า: 📚 ระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง
➡️ ถัดไป: 📋 แผนการสอบบัญชีโดยรวม

ดู section อื่น:


แหล่งอ้างอิง

  • เอกสาร #12: คู่มือ เรื่อง การประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชี (กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ธันวาคม 2560)
  • เอกสาร #16: แนวปฏิบัติ เรื่อง ระบบการสอบบัญชีสหกรณ์โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่น (ระบบ 5.3)
  • TSA 200 — วัตถุประสงค์โดยรวมของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Audit Risk Model)
  • TSA 240 — ความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับการพิจารณาการทุจริต
  • TSA 265 — การสื่อสารข้อบกพร่องของการควบคุมภายใน
  • TSA 315 (ปรับปรุง) — การระบุและประเมินความเสี่ยง (Risk of Material Misstatement)
  • TSA 320 — ความมีสาระสำคัญในการวางแผน
  • TSA 330 — วิธีปฏิบัติของผู้สอบบัญชีในการตอบสนองต่อความเสี่ยง
  • TSA 450 — การประเมินการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงที่พบระหว่างการตรวจสอบ