ข้ามไปที่เนื้อหา

ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ พ.ศ. 2561

ข้อมูลทั่วไปของระเบียบ

  • วันที่ประกาศ: 30 เมษายน พ.ศ. 2561
  • ผู้ลงนาม: นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ (อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ / นายทะเบียนสหกรณ์)
  • ฐานอำนาจ: มาตรา 16(8) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542
  • สถานะ: ใช้บังคับอยู่ ⭐
  • โครงสร้าง: 11 ข้อ (ข้อ 1-11)

เหตุผลในการประกาศใช้

ด้วยเป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ ตามมาตรา 47 และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้สหกรณ์มีความมั่นคงทางการเงินและเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

อาศัยอำนาจตาม มาตรา 16(8) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 จึงกำหนดระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ไว้


ข้อ 1 — ชื่อระเบียบ

ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ พ.ศ. 2561"


ข้อ 2 — วันใช้บังคับ

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป (ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561)


ข้อ 3 — การยกเลิกระเบียบเดิม

ให้ยกเลิก:

  • ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมและการค้ำประกันของสหกรณ์ พ.ศ. 2560 (ประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561)

ข้อ 4 — ลำดับศักดิ์ของระเบียบ

บรรดาระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือคำแนะนำอื่นใด รวมทั้งข้อบังคับสหกรณ์ ในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน


ข้อ 5 — นิยามศัพท์

"สหกรณ์"

หมายถึง สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ที่ยื่นคำขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมหรือการค้ำประกันต่อนายทะเบียนสหกรณ์

"วงเงินการกู้ยืม"

หมายถึง วงเงินที่สหกรณ์จะสามารถก่อหนี้ภาระผูกพันได้ในภายหน้า ซึ่งจำกัดสำหรับรอบปีทางบัญชีหนึ่งๆ ตามที่นายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542

ตีความสำคัญ — 3 องค์ประกอบของ 'วงเงินการกู้ยืม'

  1. เป็นวงเงินที่จะ "ก่อหนี้ในภายหน้า" — ไม่ใช่ยอดหนี้จริงที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
  2. จำกัดสำหรับรอบปีบัญชีเดียว — ใช้ปีต่อปี ต้องขออนุมัติทุกปี
  3. ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ — ห้ามก่อหนี้เกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

ข้อ 6 — การจำแนกกลุ่มการพิจารณา

การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืม ให้จำแนกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้:

ข้อย่อย กลุ่ม
6.1 สหกรณ์ทุกประเภทที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ ไม่เกิน 3 ปี
6.2 หลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปสำหรับสหกรณ์แต่ละประเภท
6.3 สหกรณ์ที่ขอความเห็นชอบเกินกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไป
6.4 สหกรณ์ที่มีส่วนขาดแห่งทุน

ข้อ 7 — หลักเกณฑ์การพิจารณาวงเงินการกู้ยืม

ข้อ 7.1 — สหกรณ์ที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ ไม่เกิน 3 ปี

การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์ที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ใน 3 ปีแรก:

  • วงเงินการกู้ยืมจะต้องเป็นไปตามแผนการจัดหาเงินทุนมาดำเนินงานที่กำหนดไว้ในแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ที่จะจัดตั้งที่ยื่นขอจดทะเบียนสหกรณ์ต่อนายทะเบียนสหกรณ์
  • หากสหกรณ์ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนดำเนินการฯ ที่กำหนดได้ จะต้องแจ้งให้สหกรณ์จัดประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาทบทวนหรือปรับปรุงแผนดำเนินการฯ ภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร
  • การให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมจะต้องพิจารณาจากความเป็นไปได้ในการจัดหาเงินทุนเพื่อใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์เมื่อแรกตั้งสหกรณ์เป็นหลัก

ข้อ 7.2 — หลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปสำหรับสหกรณ์แต่ละประเภท

ข้อ 7.2.1 — ฐานในการพิจารณา

พิจารณาจากทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้วรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์ ตามงบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่

กรณีสหกรณ์มีผลขาดทุนสะสม

กรณีสหกรณ์มีผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินปีปัจจุบัน ให้พิจารณาจากทุนเรือนหุ้นหลังหักผลขาดทุนสะสมแล้ว

กรณีสหกรณ์ใดมีผลขาดทุนสะสมเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนทุนเรือนหุ้น ในการกำหนดวงเงินการกู้ยืม:

  • จะต้องเสนอแผนฟื้นฟูการดำเนินงานของสหกรณ์ให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาเห็นชอบด้วย
  • การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืม ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดหาเงินทุนเพื่อดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูการดำเนินงาน
  • แต่ต้องไม่เกินกว่าหลักเกณฑ์ในข้อ 7.2.2 หรือเท่ากับที่สหกรณ์ก่อหนี้ภาระผูกพันไว้แล้ว

ข้อ 7.2.2 — ค่าสัมประสิทธิ์ในการคำนวณวงเงินการกู้ยืม

กำหนดค่าสัมประสิทธิ์ในการคำนวณวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์ แยกตามประเภทของสหกรณ์ ดังนี้:

ข้อย่อย ประเภทสหกรณ์ เพดานวงเงินกู้ยืม
(1) สหกรณ์ออมทรัพย์ ไม่เกิน 1.5 เท่า ของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรอง
(2) สหกรณ์ร้านค้า ไม่เกิน 10 เท่า ของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรอง
(3) สหกรณ์การเกษตร, สหกรณ์ประมง, สหกรณ์นิคม, สหกรณ์บริการ, สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ไม่เกิน 5 เท่า ของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรอง

สูตรคำนวณ

วงเงินการกู้ยืมสูงสุด = (ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว + ทุนสำรอง) × ค่าสัมประสิทธิ์

ใช้ยอดจากงบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่ (ไม่ใช่ยอด ณ วันสิ้นปีบัญชี)

ข้อ 7.3 — สหกรณ์ที่ขอความเห็นชอบเกินกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไป

กรณีสหกรณ์จะขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมเกินกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปในข้อ 7.2 ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบได้เฉพาะกรณีที่สหกรณ์จะเข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐบาล และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้:

(1) สหกรณ์เสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาเห็นชอบการกำหนดวงเงินการกู้ยืมดังกล่าว โดยสามารถขยายวงเงินการกู้ยืมเกินกว่าหลักเกณฑ์ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมในการเข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐบาลตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

(2) การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินที่เพิ่มเติมจะให้เป็นการชั่วคราว เมื่อสหกรณ์ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามโครงการนั้นๆ แล้ว จะต้องถือใช้วงเงินการกู้ยืมตามหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปต่อไป

ข้อ 7.4 — สหกรณ์ที่มีส่วนขาดแห่งทุน

สหกรณ์ที่มีผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินปีปัจจุบันเกินกว่าจำนวนทุนเรือนหุ้น:

  • จะต้องเสนอให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบแผนฟื้นฟูการดำเนินงานของสหกรณ์ประกอบการกำหนดวงเงินการกู้ยืมด้วย
  • ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืม ในกรณีปกติต้องไม่เกินวงเงินที่สหกรณ์ก่อหนี้ภาระผูกพันไว้แล้ว

ข้อยกเว้น — กรณีรับความช่วยเหลือเฉพาะเจาะจง

ในกรณีที่สหกรณ์จะได้รับความช่วยเหลือให้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินหรือกองทุนหรือผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะเจาะจง:

  • ให้กำหนดในแผนฟื้นฟูการดำเนินงานของสหกรณ์ซึ่งเสนอให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบให้ชัดเจน
  • เกี่ยวกับจำนวนเงินกู้ยืมที่จะได้รับ พร้อมเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องของผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน
  • การให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมเพิ่มเติม จะต้องพิจารณาจากความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจการตามแผนฟื้นฟูการดำเนินงาน
  • และให้กู้ยืมได้เฉพาะจากผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูการดำเนินงานเท่านั้น

ข้อ 8 — วิธีปฏิบัติของคณะกรรมการดำเนินการ

ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์นำเสนอวาระการกำหนดวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์ให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณา เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้ความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์ — ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดวงเงินสูงกว่า หรือต่ำกว่า หรือเท่ากับปีก่อน

  • ให้สหกรณ์ยื่นเสนอขอความเห็นชอบต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันประชุมใหญ่
  • หากสหกรณ์ใดไม่ยื่นขอความเห็นชอบภายในกำหนดเวลาให้ถือเป็นข้อบกพร่องที่นายทะเบียนสหกรณ์จะต้องสั่งการ
  • ให้คณะกรรมการดำเนินการยื่นขอความเห็นชอบให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่โดยเร็วต่อไป

ข้อ 9 — เอกสารและหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ

เอกสารและหลักฐานประกอบการยื่นคำขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืม:

ข้อ 9.1 — หนังสือคำขอ

หนังสือขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์ที่เสนอต่อนายทะเบียนสหกรณ์

ข้อ 9.2 — สำเนารายงานการประชุมใหญ่

สำเนารายงานการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ครั้งที่มีมติให้ความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์

ข้อ 9.3 — งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ

งบการเงินประจำปีของปีทางบัญชีปัจจุบันซึ่งผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีแล้ว หรือรายงานประจำปี และงบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่

ข้อยกเว้นสำหรับสหกรณ์จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในปีแรก

สหกรณ์ที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในปีแรก ให้ใช้เฉพาะงบทดลอง ณ วันสิ้นเดือนสุดท้ายก่อนวันประชุมใหญ่

ข้อ 9.4 — เอกสารประกอบการพิจารณาเฉพาะกรณี

ตามแต่ละกรณี ดังนี้:

(1) กรณีสหกรณ์จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ — ให้ยื่นแผนการจัดหาเงินทุนมาดำเนินงานที่กำหนดไว้ตามแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ที่จะจัดตั้ง สำหรับสหกรณ์ที่มีการทบทวนหรือปรับปรุงแผนดำเนินการฯ ให้แนบสำเนารายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติเห็นชอบ พร้อมทั้งแผนดำเนินการฯ ที่ปรับปรุงแล้ว

(2) กรณีสหกรณ์จะเข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐบาลตามข้อ 7.3 — ให้แนบสำเนารายงานการประชุมใหญ่หรือรายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่มีมติอนุมัติให้กำหนดวงเงินการกู้ยืมเกินกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไป พร้อมด้วย:

  • โครงการที่จะเข้าร่วม
  • แผนการดำเนินงาน
  • แผนการจัดหาและใช้เงินทุน ซึ่งจะต้องระบุระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน

ข้อ 9.5 — ผู้ลงนามรับรองเอกสาร

ประธานกรรมการหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการลงนามกำกับเอกสารหลักฐานทุกแผ่น


ข้อ 10 — การปฏิบัติเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว

เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมของสหกรณ์แล้ว:

  • คณะกรรมการดำเนินการจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์และแผนการดำเนินงานที่กำหนด
  • และสหกรณ์จะต้องรายงานขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมต่อนายทะเบียนสหกรณ์ทุกปี

การถือใช้วงเงินเดิมระหว่างรอประชุมใหญ่

ในระหว่างที่ยังไม่มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้สหกรณ์สามารถถือใช้วงเงินการกู้ยืมในปีก่อนไปพลาง

แต่ต้องไม่เกิน 150 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์


ข้อ 11 — บทเฉพาะกาล

นับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ:

ข้อ 11.1 — การถือใช้วงเงินเดิม

ให้สหกรณ์ถือใช้วงเงินการกู้ยืมเดิมตามที่ได้รับความเห็นชอบไว้แล้ว จนกว่าจะมีการขอความเห็นชอบกำหนดวงเงินการกู้ยืมให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ข้อ 11.2 — กรณีก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหลักเกณฑ์ใหม่ไว้แล้ว

เมื่อมีการขอความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมตามระเบียบนี้ และสหกรณ์ได้ก่อหนี้ภาระผูกพันเดิมไว้เกินกว่าหลักเกณฑ์:

  • สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบถือใช้วงเงินการกู้ยืมเกินกว่าหลักเกณฑ์ได้เฉพาะส่วนที่ก่อหนี้ภาระผูกพันไว้แล้ว
  • กรณีสหกรณ์ใดไม่อาจปรับลดภาระหนี้ผูกพันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ได้ภายในหนึ่งปี — จะต้องจัดทำแผนประกอบการพิจารณาเพื่อที่จะจำกัดวงเงินการกู้ยืมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบนี้ โดยให้มีระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีทางบัญชี

ข้อ 11.3 — สหกรณ์ที่มีปีสิ้นปีบัญชีก่อน 31 มีนาคม 2561

สหกรณ์ใดที่มีวันสิ้นปีทางบัญชีก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2561 เมื่อสหกรณ์ยื่นขอความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืม — ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ของ:

ประกาศนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ ประกาศ ณ วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2548

ปัจจุบันแทบไม่พบกรณีนี้แล้ว

เนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี — สหกรณ์เกือบทั้งหมดที่มีปีสิ้นปีบัญชีก่อน 31 มี.ค. 2561 ก็ได้ผ่านรอบปีบัญชีถัดไปและขอความเห็นชอบตามระเบียบ 2561 ไปแล้ว


ผู้ลงนาม

ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561

(นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ)

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

นายทะเบียนสหกรณ์


เชื่อมโยงกับเอกสารอื่น


🏠 กลับหน้าหลัก